กฟผ. ยันแผ่นดินไหวขนาด 2.9 ที่สุราษฎร์ธานี ไม่กระทบโครงสร้างเขื่อนรัชชประภา มั่นใจรองรับแรงสั่นได้สูงกว่านี้
(11 ก.พ. 69) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยันความปลอดภัยหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 2.9 ลึก 1 กิโลเมตร บริเวณ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ห่างจากเขื่อนรัชชประภาเพียง 11 กิโลเมตร โดยวัดค่าอัตราเร่งสูงสุดได้ 0.00752 g ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับตัวเขื่อนที่ถูกออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเท ือนได้สูงถึง 0.1-0.2 g ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กฟผ. ได้ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างตัวเขื่อนอย่างละเอียดและไม่พบความผิดปกติ พร้อมแจ้งว่าจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อความมั่นใจของประชาชนในพื้นที่
จากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวบริเวณใกล้เขื่อนใหญ่ในภาคใต้ สิ่งที่ผมรู้สึกได้ชัดเจนคือความมั่นใจที่ได้รับจากข้อมูลทางเทคนิคและการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ กฟผ. ที่ทำให้ประชาชนในชุมชนรอบเขื่อนรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก เขื่อนรัชชประภาได้รับการออกแบบมาอย่างรัดกุมเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ถึง 0.1-0.2 g ในขณะที่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดมีแรงสั่นสะเทือนเพียง 0.00752 g เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของโครงสร้างและมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง นอกจากนี้ ขั้นตอนการตรวจสอบหลังเกิดแผ่นดินไหวก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่าปัญหาหรือความเสียหายจะถูกตรวจพบอย่างรวดเร็ว และเจ้าหน้าที่จะสามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันทีอีกด้วย การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลายิ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับคนในพื้นที่ สำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือบริเวณใกล้เขื่อนใหญ่ การรับทราบข้อมูลข่าวสารจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เพราะจะช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้อย่างแท้จริง โดยรวมแล้ว ผมเห็นว่าความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลและความพร้อมในการจัดการสถานการณ์ของ กฟผ. เป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
