กัมพูชาเตรียมจดทะเบียนมหาสงกรานต์ชนัมทเมยปี 70 ยืนยัน จาก รมว.ซาบีดา เรื่องนี้ไม่กระทบไทย ชี้ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนร่วมกันได้
(15 ก.พ. 69) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ชี้แจงกรณีประเทศกัมพูชาเตรียมเสนอ "สงกรานต์เขมร" ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 2570 ว่าเรื่องนี้เป็นข้อมูลจริงแต่ไม่กระทบกับประเทศไทย เพราะไทยจดทะเบียนสำเร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 โดยทาง UNESCO อนุญาตให้ประเพณีที่คล้ายคลึงกันขึ้นทะเบียนได้มาก กว่าหนึ่งประเทศ ไม่ใช่การรับรองความเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว พร้อมระบุว่าไทยกำลังเตรียมเสนอ "ชุดไทย" เข้าพิจารณาในช่วงปลายปีนี้ด้วย
#ข่าวtiktok #กระทรวงวัฒนธรรม #ข่าวกัมพูชา #โจลชนัมทเมย #เทศกาลสงกรานต์
จากประสบการณ์การติดตามเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่ UNESCO เปิดโอกาสให้มีการขึ้นทะเบียนประเพณีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในหลายประเทศได้ โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญของไทยและกัมพูชา นอกจากจะเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศแล้ว ยังส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจกันในภูมิภาคอย่างลึกซึ้งขึ้นอีกด้วย ผมเองเคยเห็นงานเทศกาลสงกรานต์ของทั้งสองประเทศที่ต่างมีเอกลักษณ์และความสวยงามเฉพาะตัว เช่น สงกรานต์ไทยที่เน้นประเพณีคารวะผู้เฒ่าผู้แก่ และสงกรานต์ชนัมทเมยที่มีกิจกรรมเฉพาะของชนเผ่าที่สืบทอดกันมายาวนาน การที่ไทยได้ขึ้นทะเบียนสงกรานต์กับ UNESCO ตั้งแต่ปี 2566 ทำให้รู้สึกภูมิใจในคุณค่าทางวัฒนธรรมของเรา และการที่กัมพูชากำลังจะเข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนประเพณีชนัมทเมยก็ถือว่าเป็นการสร้างความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศด้วยเช่นกัน หากมองในมุมของนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจวัฒนธรรมต่างชาติ การได้เห็นความหลากหลายของประเพณีสงกรานต์ในแต่ละประเทศก็เป็นประสบการณ์ที่เพิ่มคุณค่าและความประทับใจมากขึ้น และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีนี้อีกด้วย ท้ายสุดผมขอแนะนำให้คนไทยเห็นคุณค่าของประเพณีดั้งเดิมอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนการอนุรักษ์ชุดไทยที่กำลังจะได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนด้วย เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจและส่งต่อมรดกวัฒนธรรมที่คู่ควรให้รุ่นต่อไปได้เรียนรู้และรักษาไว้ครับ






























