นายกฯ สั่งทุกจังหวัดรับมือภัยแล้งยาวถึงพฤษภาคม เน้นสำรองน้ำอุปโภคบริโภคและกันอาชญากรรม
(20 ก.พ. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งการทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อรับมือภัยแล้งในช่วงกลางเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม โดยเน้นแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้เป็นลำดับแรก พร้อมสั่งฝ่ายปกครองประสานทหารและตำรวจสอดส่องป้องกันการลักขโมยเครื่องสูบน้ำและเครื่องมือเกษตร ด้านกรม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมเครื่องจักรกล 18 เขตพร้อมสนับสนุนพื้นที่ทันที
#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #ภัยแล้ง #ข่าวเกษตรกร #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จากประสบการณ์ตรงที่ได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารจัดการภัยแล้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภัยแล้งที่ยาวนานส่งผลกระทบมากมายทั้งต่อชุมชนและเกษตรกร ตั้งแต่ปัญหาน้ำใช้ในครัวเรือนจนถึงความเสียหายทางการเกษตร สำหรับการสั่งการของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานที่สำคัญซึ่งยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม เช่น การลักขโมยเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์เกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นประเด็นที่หลายพื้นที่พบเจอ ในมุมมองส่วนตัว การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละจังหวัดจะช่วยให้การประสานงานระหว่างหน่วยงาน เช่น ฝ่ายปกครอง กำลังทหาร และตำรวจ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาได้ทันทีในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ การเตรียมเครื่องจักรกลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่พร้อมสนับสนุนใน 18 เขต ถือเป็นมาตรการที่ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ครอบคลุมและรวดเร็ว เพราะการเร่งระบายน้ำหรือการขุดเจาะสระเก็บน้ำสำรอง เป็นหนึ่งในวิธีการที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง ในชีวิตประจำวันเอง ผมเห็นว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการสำรองน้ำและการใช้น้ำอย่างประหยัด จะช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเกษตรขนาดเล็ก การลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็นและการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น การขุดบ่อเก็บน้ำฝน สามารถช่วยให้ชุมชนมีน้ำใช้เพียงพอในช่วงแล้ง ท้ายที่สุด การให้ความรู้และสร้างความตระหนักเรื่องภัยแล้งแก่ประชาชน รวมถึงการรวมพลังระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไทยสามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้และปีต่อๆ ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
