"อดีต รมช.ลิณธิภรณ์" ชี้วิกฤตสุขภาพจิตไทยทำสังคมรุนแรง จี้ สพฐ. เร่งซ้อมรับแผนเผชิญเหตุและเน้นสอนเด็กให้เห็นใจผู้อื่น
(21 ก.พ. 69) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.ศึกษาธิการ โพสต์แสดงความเป็นห่วงกรณีคลั่งปืนที่ปทุมธานีและพังงาจนโรงเรียนต้องปิดชั่วคราว พร้อมเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1. สั่งทุกโรงเรียนต้องซ้อมแผนรับมือเหตุวิกฤตทุกเดือน 2. เน้นลงโทษวินัยเชิงบ วกและสอนเรื่องความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เพื่อลดการบูลลี่ และ 3. เพิ่มระบบคู่สายช่วยเข้าถึงบริการจิตวิทยาในชุมชนเพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยง โดยย้ำว่าความปลอดภัยทางใจต้องเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อให้เด็กเติบโตในสังคมที่ไร้ความรุนแรง
#ข่าวtiktok #กระทรวงศึกษาธิการ #ข่าวนักเรียน #ข่าวการศึกษา #ข่าวการเมือง
จากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนไทยได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้งในโรงเรียน โดยข้อเสนอสู่การแก้ไขวิกฤตนี้ เช่น การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำ จะช่วยให้เด็กและครูมีความพร้อมเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ลดความวิตกกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการอยู่รอด การเน้นลงโทษวินัยเชิงบวกและสอนความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ใช้ความรุนแรงและลดปัญหาบูลลี่ในโรงเรียน โดยการปลูกฝังความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างผู้เรียนซึ่งกันและกันจะช่วยสร้างบรรยากาศปลอดภัยและเอื้ออาทร อีกทั้งการเสริมระบบคู่สายช่วยเหลือที่สามารถเข้าถึงบริการด้านจิตวิทยาในชุมชน จะทำให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามและช่วยเหลือทันเวลา ไม่ปล่อยให้เด็กเยาวชนต้องเผชิญความเครียดและความรู้สึกโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความรุนแรงและสุขภาพจิตที่เลวร้ายกว่าเดิม การผสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานรัฐอย่าง สพฐ. จะเป็นการสร้างระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ส่งเสริมความปลอดภัยทางใจควบคู่กับความปลอดภัยทางกายภาพในโรงเรียน รวมถึงการบ่มเพาะสังคมที่ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและมีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่น
















