สร้างแนวกันไฟชายแดน "ไทย-ลาว" เชียงรายคิกออฟ ผนึกกำลัง 3 เมืองคู่ขนานสู้ฝุ่น PM2.5

(26 ก.พ. 69) นายเจษฎา เงินทอง ผอ.สบอ.15 ร่วมกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และเจ้าแขวงจาก สปป.ลาว จัดกิจกรรม "Kick off แนวกันไฟสัมพันธ์ไทย-ลาว" ณ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า เพื่อทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดินและประชุมความร่วมมือเมืองคู่ขนานลดหมอกควันข้ามแดน โดยมุ่งเน้นการรณรงค์ลดการเผาป่าและพื้นที่เกษตรตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น เพื่อสร้าง "แนวกำแพงสีเขียว" และฟื้นฟูระบบนิเวศร่วมกันอย่างยั่งยืน

#ข่าวtiktok #สปปลาว🇱🇦 #กระทรวงมหาดไทย #ชายแดนไทยลาว #ข่าวเชียงราย

2/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเผาป่าและพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูแล้งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและลาว โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อปัญหามาก การร่วมมือกันระหว่าง 3 เมืองคู่ขนาน ทั้งไทยและลาว เพื่อสร้างแนวกันไฟชายแดนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สามารถจัดการปัญหาได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน จากประสบการณ์ส่วนตัวในการอยู่ในพื้นที่เชียงรายในช่วงที่เกิดไฟป่า เห็นได้ชัดว่าการมีแนวกันไฟที่ชัดเจนและความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศช่วยลดจำนวนไฟป่าได้มาก รวมทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนในพื้นที่เลิกเผาและหันมาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง นอกจากการสร้างแนวกันไฟแล้ว การปลูกต้นไม้เพื่อสร้าง ‘แนวกำแพงสีเขียว’ ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เพราะต้นไม้ช่วยกรองฝุ่นและสร้างความชุ่มชื้นให้กับดินและอากาศ ทำให้หมอกควันที่เกิดจากการเผาลดลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชายแดนอีกด้วย การประชุมและหารือครั้งนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามผลและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย การรวมพลังกันระหว่างชุมชน หน่วยงานรัฐ และประเทศเพื่อนบ้านจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว