สั่งระงับ! ส่งแรงงานไทยไป 12 ประเทศตะวันออกกลาง "ไม่มีกำหนด"

(4 มี.ค. 69) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน สั่งการด่วนให้จัดหางานทุกจังหวัดชะลอการส่งแรงงานไทยไปทำงานใน 12 ประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง (อิสราเอล, ซาอุฯ, กาตาร์, คูเวต, เลบานอน, บาห์เรน, จอร์แดน, ยูเออี, โอมาน, ไซปรัส, เยเมน และอิหร่าน) ออกไปโดยไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือฯ เตรียมแผนอพยพ 4 ระดับ และประสานย้ายแรงงานไทยในพื้นที่สีแดงของอิสราเอลไปยังจุดปลอดภัย เบื้องต้นเตรียมรับแรงงานจากอิหร่านกลับไทยในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้

#ข่าวtiktok #ตะวันออกกลาง #ข่าวอิหร่าน #แรงงานไทยในอิสราเอล🇹🇭🇮🇱 #กระทรวงแรงงาน

3/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยซึ่งทำงานในหลายประเทศกลุ่มนี้อย่างมาก การตัดสินใจระงับการส่งแรงงานไทยไปยัง 12 ประเทศในตะวันออกกลาง ได้แก่ อิสราเอล, ซาอุดิอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต, เลบานอน, บาห์เรน, จอร์แดน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน, ไซปรัส, เยเมน และอิหร่าน เป็นการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอนและอาจเป็นอันตรายต่อแรงงานไทย การตั้งศูนย์ช่วยเหลือและจัดทำแผนอพยพ 4 ระดับแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของกระทรวงแรงงานในการดูแลแรงงานอย่างเต็มที่ รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยงให้ปลอดภัย ถือเป็นการบริหารจัดการที่ครอบคลุมและรัดกุม จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความซับซ้อนทางการเมืองและความปลอดภัย การมีแผนรองรับและช่องทางช่วยเหลือที่ชัดเจนคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแรงงานต่างชาติไม่เพียงแต่เผชิญกับความท้าทายในงานเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การได้รับการสนับสนุนและการดูแลจากทางการไทยจึงเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความกังวลในช่วงวิกฤต สิ่งที่สำคัญคือแรงงานต้องติดตามข่าวสารและประสานงานกับสถานทูตหรือศูนย์ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือที่ถูกต้อง การงดส่งแรงงานไปยังประเทศกลุ่มตะวันออกกลางในช่วงเวลานี้ยังเป็นการป้องกันปัญหาแรงงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยรักษาภาพลักษณ์ของแรงงานไทยในต่างประเทศ อันจะส่งผลดีกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศปลายทางเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ การเตรียมรับแรงงานไทยจากอิหร่านกลับประเทศในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการดูแลและจัดการที่มีประสิทธิภาพของกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้แรงงานไทยและครอบครัวควรรับฟังข้อมูลจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและการวางแผนชีวิตในระยะถัดไป