น้ำมันไทยไม่ขาดแคลน ก.พลังงาน เร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่เสริมความมั่นใจ

(6 มี.ค. 69) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอและมีเรือขนส่งเข้ามาต่อเนื่อง แม้สงครามจะกระทบปริมาณน้ำมันโลก 20% โดยไทยเตรียมนำเข้าน้ำมันจากแอฟริกา อเมริกา มาเลเซีย และออสเตรเลียมาเสริม รวมถึงมีสัญญาก๊าซ LNG ระยะยาวกับกาตาร์ ส่วนปัญหาน้ำมันหมดบางปั๊มเกิดจากคนตื่นตระหนกแห่เติมสูงกว่าปกติ 300-400% จนขนส่งไม่ทันชั่วคราว ย้ำรัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันคุมราคาไม่ให้กระทบค่าครองชีพ

#ข่าวtiktok #กระทรวงพลังงาน #ราคาน้ำมัน #นำเข้าน้ำมัน #ตะวันออกกลาง

3/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากสถานการณ์น้ำมันโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพลังงานได้แสดงความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศยังคงมีเพียงพอสำหรับการใช้ในระยะยาว แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตลาดพลังงานโลกก็ตาม โดยโฆษกของกระทรวงพลังงานได้กล่าวถึงมาตรการที่ดำเนินการเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ว่า กระทรวงพลังงานได้เร่งขยายแหล่งนำเข้าน้ำมันจากหลายภูมิภาค เช่น แอฟริกา อเมริกา มาเลเซีย และออสเตรเลีย เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีการเซ็นสัญญาระยะยาวสำหรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กับกาตาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้แหล่งพลังงานของประเทศอีกด้วย ในส่วนของปัญหาน้ำมันหมดปั๊มที่เกิดขึ้นอย่างชั่วคราวนั้น สาเหตุหลักมาจากความตื่นตระหนกของประชาชน และการแห่ไปเติมน้ำมันในปริมาณมากกว่าปกติถึง 300-400% ซึ่งเป็นเหตุให้การขนส่งน้ำมันไม่ทันตามความต้องการ อย่างไรก็ตามทางกระทรวงเน้นย้ำว่าปริมาณน้ำมันในประเทศมีความเพียงพอ และปัญหาจะคลี่คลายเมื่อสถานการณ์การเติมน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ ในฐานะผู้ใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องพึ่งพาพลังงานน้ำมัน เช่น ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และผู้ประกอบการขนส่ง มาตรการเช่นนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าแหล่งน้ำมันจะไม่ขาดแคลนและราคาจะถูกควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพมากเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม ด้วยประสบการณ์ตรงในการสังเกตสถานการณ์น้ำมันในช่วงนี้ พบว่าการกระจายแหล่งนำเข้าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดน้ำมันโลกไม่แน่นอน และการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาจากภาครัฐช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชนได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเพื่อคุมราคานั้นเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในการรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันและค่าครองชีพในประเทศ ดังนั้น ผู้บริโภคเองก็ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และมีการบริหารจัดการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ด้วยกันอย่างราบรื่นและยั่งยืน