ลูกสาววัย 17 ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ทิ้งไว้บนที่นอน ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังที่บุรีรัมย์
(9 มี.ค. 69) เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้กึ่งปูนสองชั้นที่บ้านโคกสะอาด ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนวอดทั้งหลัง นางสาวสุรีวัลย์ กันทะพันธ์ เจ้าของบ้าน ระบุสาเหตุคาดว่ามาจากลูกสาววัย 17 ปี เสียบพาวเวอร์แบงก์ชาร์จทิ้งไว้บนที่นอนชั้นสองตั้งแต่ช่วงบ่าย ประกอบกับอากาศร้อนจัดจนเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ ข ณะที่พ่อเจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงเผยว่าได้ยินเสียงระเบิดก่อนควันไฟจะพุ่งออกมา ด้าน นายสุวินัย ศรีมาลา ปลัดอำเภอลำปลายมาศ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมฝากเตือนประชาชนเป็นอุทาหรณ์เรื่องการชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าทิ้งไว้ และเตรียมรายงานความเสียหายเพื่อเยียวยาต่อไป
#ข่าวtiktok #ข่าวบุรีรัมย์ #ข่าวเตือนภัย #พาวเวอร์แบงค์ระเบิด #อัคคีภัย
เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านที่เกิดจากพาวเวอร์แบงก์ระเบิดนี้เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะพาวเวอร์แบงก์หรือแบตเตอรี่สำรองที่มักถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องและบางครั้งอาจถูกชาร์จไว้ในที่อับหรือบริเวณที่ไม่ปลอดภัย เช่น บนที่นอน ซึ่งเสี่ยงต่อความร้อนสะสมและระเบิดได้ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยเห็นข่าวและเหตุการณ์ลักษณะนี้หลายครั้ง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการชาร์จแบตเตอรี่ผิดวิธี เช่น ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือชาร์จทิ้งไว้โดยไม่สนใจตรวจสอบความร้อน การวางพาวเวอร์แบงก์ไว้บนที่นอนที่มีวัสดุที่ติดไฟง่ายก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง นอกจากนี้ อากาศร้อนจัดก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนเกินขีดจำกัดจนเกิดการลุกไหม้หรือระเบิดได้ง่ายขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเหล่านี้ ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ เช่น ไม่ชาร์จพาวเวอร์แบงก์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าบนที่นอนหรือในที่ที่อับอากาศ วางไว้บนพื้นผิวที่ไม่ติดไฟ และเลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้รับมาตรฐาน อีกทั้งควรตรวจสอบสภาพของสายชาร์จ พาวเวอร์แบงก์ และปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีความผิดปกติ เช่น ความร้อนสูงเกินไป ฟองอากาศ หรือรอยบุบ ควรหยุดใช้งานทันที นอกจากนี้ การมีเครื่องตรวจจับควันไฟในบ้านจะช่วยแจ้งเตือนภัยได้อย่างรวดเร็ว และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้มาก การเรียนรู้และรับรู้ถึงความเสี่ยงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเตรียมรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวปลอดภัยมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บุรีรัมย์จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักและปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟไหม้และอัคคีภัยที่อาจเกิดจากการใช้อุปกรณ์ชาร์จไฟอย่างไม่ปลอดภัย


