อิหร่านตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ หลังบิดาถูกสหรัฐฯ-อิสราเอลสังหาร
(9 มี.ค. 69) สื่ออิหร่านรายงานว่าสภาผู้เชี่ยวชาญแต่งตั้ง นายโมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจาก อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี บิดาที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนก่อน โดยเขามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลัง IRGC และได้รับเลือกตามคำแนะนำของผู้นำคนก่อนที่ต้องการผู้ที่ศัตรูเกลียดชัง ขณ ะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ วิจารณ์ว่านายโมจตาบาไม่เหมาะสมกับตำแหน่งและรัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำคนใหม่ที่สร้างสันติภาพ ย้ำว่าผู้นำคนใหม่จะอยู่ได้ไม่นานหากไม่ได้รับการอนุมัติจากวอชิงตัน
#ข่าวtiktok #ข่าวอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ #ตะวันออกกลาง #คาเมเนอี
การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านในสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลาง การที่ผู้นำสูงสุดคนเก่าถูกสหรัฐฯและอิสราเอลสังหาร ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างประเทศและมีผลกระทบต่อความมั่นคงระดับภูมิภาคอย่างมาก จากข้อมูลการแต่งตั้งครั้งนี้ โมจตาบา คาเมเนอี มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังป้องกันปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของอำนาจทางทหารและการเมืองในประเทศ การได้รับเลือกตามคำแนะนำของบิดาและสายสัมพันธ์ทางทหาร ทำให้เขามีอำนาจและบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศของอิหร่านในช่วงต่อไป ในแง่ของการตอบสนองจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของโมจตาบาและเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำที่สามารถส่งเสริมสันติภาพได้ ซึ่งสะท้อนถึงความยากลำบากในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในสถานการณ์ซับซ้อนนี้ จากประสบการณ์การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ทางการเมือง ผมเห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศมหาอำนาจต่างๆ การติดตามพัฒนาการของสถานการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สนใจข่าวต่างประเทศและการเมืองระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การเข้าใจบทบาทของผู้นำสูงสุดในระบบการปกครองของอิหร่านและการเชื่อมโยงกับกองกำลัง IRGC จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ผู้อ่านควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องด้วยมุมมองที่รอบด้านเพื่อให้เข้าใจบริบทของข่าวอย่างลึกซึ้งและครบถ้วน
