กรมอนามัยเตือน ‘เมษายนเดือด’ อากาศร้อนจัดอันตราย ค่าดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงเกิน 52 องศา
(14 มี.ค. 69) พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยหน้าร้อนปี 2569 รุนแรงกว่าปีก่อน ค่าดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงเกิน 52 องศาเซลเซียส แนะประชาชนดูแลสุขภาพด้วย 7 วิธี เช่น เลี่ยงแดดจัดช่วง 13.00-16.00 น. ดื่มน้ำว ันละ 6-8 แก้ว สวมเสื้อผ้าระบายอากาศได้ดี และงดดื่มแอลกอฮอล์ เตือนกลุ่มเสี่ยงเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ทำงานกลางแจ้งสังเกตอาการผิดปกติ หากพบคนหมดสติให้รีบปฐมพยาบาลและโทรสายด่วน 1669 ทันที
#ข่าวtiktok #กรมอนามัย #ข่าวเตือนภัย #อากาศร้อน #ค่าดัชนีความร้อน
จากประสบการณ์ส่วนตัวในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย ผมพบว่าความร้อนจัดทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่แดดแรงระหว่าง 13.00-16.00 น. ความร้อนที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ผมจึงขอแชร์เคล็ดลับการดูแลตัวเองในช่วงร้อนนี้เพื่อป้องกันโรคลมแดดและภาวะร้อนจัด เริ่มจากการดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 6-8 แก้วเป็นประจำเพื่อป้องกันการขาดน้ำ ควรพกขวดน้ำติดตัวอยู่เสมอ สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี อย่างผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ซึมซับเหงื่อเร็ว และเลือกสวมหมวกหรือกางร่มเมื่อต้องออกจากบ้านในช่วงเวลาแดดแรง หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วขึ้น ในกรณีที่พบผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ตัวร้อนจัดและหมดสติ ควรรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยนำผู้ป่วยไปยังที่ร่มและระบายความร้อน เช่น ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวหรือเปิดพัดลม พร้อมโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การรู้เท่าทันสัญญาณและรับมืออย่างถูกต้องสามารถช่วยชีวิตได้ นอกจากนี้การติดตามตัวชี้วัดค่าดัชนีความร้อนรายวันจากกรมอนามัยหรือแอปพลิเคชันตรวจสภาพอากาศก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ช่วยให้เราวางแผนการใช้ชีวิตและป้องกันสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นในช่วงเมษายนที่คาดว่าจะร้อนแรงกว่าทุกปีนี้





































