ดีเดย์ 1 เม.ย. 69 ตำรวจจับจริง 10 ข้อหาหลัก สิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" ทั่วประเทศ
(1 เม.ย. 69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศจร.ตร. สั่งการบังคับใช้กฎหมายจราจรเต็มรูปแบบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังสิ้นสุดระยะผ่อนปรน "ตักเตือนก่อนปรับ" ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี โดยมุ่งเน้น 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ขับรถเร็ว ฝ่าไฟแดง ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย และเมาแล้วข ับ ซึ่งมีการปรับเพิ่มโทษค่าปรับสูงขึ้นสูงสุดถึง 4,000 บาท ในบางข้อหา เพื่อสร้างวินัยจราจรและลดอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนตามเป้าหมายของรัฐบาลอย่างจริงจัง
#ข่าวtiktok #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ตำรวจจับ #ตำรวจจราจร #ข่าวเตือนภัย
หลังจากที่มีมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" มาตั้งแต่ต้นปี 2569 ผู้ขับขี่หลายคนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของวินัยจราจรมากขึ้น แต่เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายจราจรจึงกลับมาคุมเข้มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบตามคำสั่ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง ผมได้สัมผัสกับสถานการณ์นี้โดยตรงเมื่อต้องเดินทางไปทำงานและสังเกตเห็นตำรวจจราจรเพิ่มการตรวจจับในหลายจุด โดยเฉพาะกับ 10 ข้อหาที่เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ฝ่าไฟแดง ไม่ให้คนข้ามทางม้าลาย และเมาแล้วขับ ที่น่าสนใจก็คือค่าปรับในบางข้อหานั้นสูงขึ้นถึง 4,000 บาท สร้างความระมัดระวังให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดีจากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นว่า การมีระเบียบวินัยบนถนนจะช่วยลดอุบัติเหตุและอัตราการเสียชีวิตได้จริง ปัจจุบันหลายคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ เช่น การชะลอความเร็ว และให้ความสำคัญกับการหยุดรถเพื่อคนข้ามทางม้าลายมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อความปลอดภัยส่วนรวมด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผมแนะนำให้ผู้ใช้รถทุกคนตระหนักถึงกฎหมายจราจรใหม่และไม่ประมาท เมื่อรู้ว่ามีการจับจริงและปรับจริง ก็จะช่วยเสริมสร้างวินัยจราจรร่วมกันและทำให้ถนนของเราปลอดภัยขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
