นายกฯ เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลก่อนสงกรานต์ ชู ‘คนไทยไร้จน-ประกันกำไรเกษตร’ เป็นเรือธง

(2 เม.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เตรียมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณและประชุม ครม. นัดพิเศษในวันที่ 6 เมษายนนี้ เพื่อเห็นชอบร่างนโยบายก่อนส่งให้รัฐสภา โดยนโยบายหลักจะเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนตามแนวทางพรรคร่วม ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดันนโยบาย "คนไทยไร้จน" เติมรายได้ให้ถึงเส้นความยากจน และ "ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%" ผ่านกระทรวงที่กำกับดูแล เพื่อสร้างผลงานด้านสังคมและเศรษฐกิจฐานรากให้เห็นผลเป็นรูปธรรมท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก

#ข่าวtiktok #ข่าวการเมือง #คนไทยไร้จน #กระทรวงพม #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

4/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่ติดตามสถานการณ์การเมืองและนโยบายรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ผมเห็นว่าการเน้นนโยบาย ‘คนไทยไร้จน’ และ ‘ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%’ เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มฐานรากที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนอย่างทุกวันนี้ โครงการ ‘คนไทยไร้จน’ ไม่ใช่แค่การให้รายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้าถึงสวัสดิการและโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมมากขึ้น ในการทำงานจริง สิ่งที่จะท้าทายคือต้องมีฐานข้อมูลประชาชนที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทุนจะถึงมือผู้มีรายได้น้อยจริงๆ และลดการรั่วไหลของทรัพยากร ขณะเดียวกัน ‘ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%’ ถือเป็นมาตรการที่ตรงจุดในการช่วยเกษตรกร เพราะกลุ่มนี้เป็นที่เสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรผันผวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การตั้งเป้าการรับประกันกำไรขั้นต่ำ 30% ช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้และลดความเสี่ยงทางการเงินให้เกษตรกรได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีผลดีต่อความมั่นคงด้านอาหารของประเทศด้วย นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่าง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ให้เกิดผลสำเร็จจริง ความพร้อมของทีมงานและระบบการติดตามประเมินผลจะต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ปัญหาของคนไทยได้อย่างแท้จริง จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลงพื้นที่และพูดคุยกับชาวบ้านในหลายๆ พื้นที่ พบว่าความหวังและความต้องการความช่วยเหลือในเรื่องรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจนั้นสูงมาก หากนโยบายเหล่านี้สามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่อง จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทยในระยะยาว