น้ำมันพุ่งแย่กว่าโควิด ผู้ประกอบการเรืออัมพวาโอด! ทำต้นทุนแบกรับอ่วม แต่ยังตรึงราคาเดิมช่วยนักท่องเที่ยว

(5 เม.ย. 69) นายวิจัย ณ บางช้าง เจ้าของท่าเรือคุณย่าอัมพวา และกลุ่มผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวซบเซาหนักกว่าช่วงโควิด เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงแตะลิตรละ 50 บาท ทำต้นทุนต่อรอบสูงถึง 200 บาท แต่ทางกลุ่มยังยืนหยัดตรึงราคาค่าโดยสารเดิม (ไหว้พระ 50 บาท/ชมหิ่งห้อย 60 บาท) เพื่อประคองการท่องเที่ยว พร้อมวอนรัฐบาลเร่งควบคุมราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับ 29 บาทต่อลิตร เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยอยู่รอด

#ข่าวtiktok #เรือนำเที่ยวอัมพวา #ข่าวท่องเที่ยว #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #ข่าวเศรษฐกิจ

4/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวในอัมพวา การเผชิญกับราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงถึง 50 บาทต่อลิตรเป็นความท้าทายที่หนักหนาสาหัสกว่าช่วงวิกฤติโควิดอย่างมาก ในฐานะคนที่อยู่ในวงการนี้มายาวนาน ผมได้เห็นว่าช่วงหลังโควิดธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่กลับมาคึกคักเหมือนเดิม ซึ่งเมื่อบวกกับต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้การจัดเรือนำเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมริมแม่น้ำต้องประคองสถานการณ์อย่างระมัดระวัง ผู้ประกอบการหลายรายเลือกที่จะไม่ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เช่น ค่าชมทัศนียภาพไหว้พระเพียง 50 บาท และชมหิ่งห้อย 60 บาท เพื่อไม่ให้กระทบนักท่องเที่ยวและรักษาชุมชนให้ยังมีรายได้ อย่างไรก็ดี ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้หมายถึงกำไรของผู้ประกอบการถูกบีบแคบลงมาก ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น การควบคุมราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับประมาณ 29 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนและทำให้ธุรกิจนี้ยังคงดำเนินต่อไปได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจแนะนำให้มาเยือนตลาดน้ำอัมพวาในช่วงนี้ เพราะยังมีราคาเข้าถึงง่ายและเป็นโอกาสดีที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมทั้งได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเวลาชมหิ่งห้อยที่มีความสวยงามมาก การมองเห็นปัญหานี้จากมุมของผู้ประกอบการช่วยให้เราเข้าใจความยากลำบากในการรักษาธุรกิจท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเป็นโอกาสที่ภาครัฐและประชาชนจะร่วมมือช่วยกันเพื่อให้ชุมชนท่องเที่ยวยังคงชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนไว้ได้อย่างยั่งยืน