“รมว. จุลพันธ์” ลั่นกระทรวงแรงงานเกรด A+ เล็งลดเงินสมทบประกันสังคมช่วยประชาชน

(10 เม.ย. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อภิปรายชี้แจงนโยบายเร่งด่วนเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน โดยมอบหมายหน่วยงานศึกษาแนวทางลดการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้พี่น้องแรงงาน พร้อมเร่งรัดกระบวนการนำร่างลูกเรือมยุรีนารีกลับไทยโดยเร็ว นอกจากนี้ยังเตรียมศึกษาแนวทางการนำสำนักงานประกันสังคมออกนอกระบบราชการเพื่อให้การบริหารกองทุนมีความคล่องตัวและโปร่งใส โดยตั้งเป้าจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ภายในปลายปีนี้

#ข่าวtiktok #ลดเงินประกันสังคม #กระทรวงแรงงาน #สำนักงานประกันสังคม #แถลงนโยบายรัฐบาล

4/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่เคยเป็นสมาชิกประกันสังคมมาก่อน ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดลดเงินสมทบเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานโดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การลดเงินสมทบจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนกลุ่มแรงงานได้อย่างชัดเจน เพราะเงินที่ประหยัดตรงนี้สามารถนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเสริมการออมได้ นอกจากนี้ การที่กระทรวงแรงงานตั้งเป้าจะนำสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการโดยตรง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี เพราะจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกองทุนและพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์คนทำงานได้รวดเร็วขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ผมสังเกตเห็นว่ากระบวนการดำเนินการบางอย่างในสำนักงานประกันสังคมยังช้าหรือยุ่งยาก การปรับโครงสร้างองค์กรเป็นหน่วยงานอิสระน่าจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้น ทั้งยังสร้างความโปร่งใสและยกระดับความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตน นอกจากนี้ การจัดตั้งบอร์ดบริหารใหม่ยังเปิดโอกาสให้แรงงานและตัวแทนสังคมเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ช่วยสร้างสมดุลในการดูแลสิทธิประโยชน์และการจัดสรรกองทุนประกันสังคมในอนาคต จากประสบการณ์จริงที่ผมเคยเจอ การได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนประกันสังคมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตมั่นคงขึ้น เช่น การได้รับเงินชดเชยเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงการสนับสนุนการฝึกอบรมพัฒนาทักษะ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมั่นใจว่าการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและการลดภาระค่าใช้จ่ายจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อแรงงานไทยทุกคนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องควบคู่ไปกับการสื่อสารที่ชัดเจนและข้อมูลที่ครบถ้วนให้กับผู้ประกันตน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจสิทธิประโยชน์และขั้นตอนการใช้บริการได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับปรุงนโยบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง