"ยศชนัน" สั่ง ป.ย.ป. เร่งสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัย ปลดล็อก Wellness ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง

(17 เม.ย. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. มอบนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เร่ง "กิโยตินกฎหมาย" (Regulatory Guillotine) เพื่อเปลี่ยนจากรัฐควบคุมเป็นรัฐบริการ พร้อมชู Wellness Economy เป็นสินค้าแชมเปี้ยนดันไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยสร้าง Sandbox หนุนการวิจัยทางการแพทย์ขั้นสูง และนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์กฎหมายรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและนำไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน

#ข่าวtiktok #ปฎิรูปกฎหมาย #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจดิจิทัล

4/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการสังคายนากฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีกฎหมายหลายฉบับที่ยังล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ การเร่งรัด "กิโยตินกฎหมาย" หรือ Regulatory Guillotine เป็นแนวทางที่ช่วยลดความซับซ้อนและอุปสรรคในการทำธุรกิจและนวัตกรรม ซึ่งทำให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการในกลุ่ม Wellness Economy สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น การขับเคลื่อนนี้ยังช่วยให้ระบบรัฐเปลี่ยนจากควบคุมมาเป็นบริการที่สนับสนุนการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่น่าสนใจคือการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์กฎหมาย การใช้ AI ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการปรับปรุงกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้กฎเกณฑ์ที่ออกมานั้นเหมาะสมและตอบโจทย์ความเป็นจริงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การสร้าง Sandbox ทางการแพทย์ชั้นสูงยังเป็นการสนับสนุนให้นักวิจัยและภาคธุรกิจสามารถทดลองและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพได้อย่างปลอดภัยและได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ จากประสบการณ์ส่วนตัวในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Wellness พบว่าการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อต่อการเติบโตในด้านนี้จะช่วยให้นักลงทุนและผู้ประกอบการมั่นใจในการลงทุนและขยายกิจการมากขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล ตลาด Wellness ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่สุขภาพทางกาย แต่ยังครอบคลุมถึงสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญมาก ดังนั้น การปลดล็อกกฎหมายเก่าและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในกระบวนการพัฒนากฎหมายกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำให้ไทยสามารถก้าวออกจากความท้าทายของกับดักรายได้ปานกลางและเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต