สทนช. เฝ้าระวัง 6 แหล่งน้ำใหญ่รวม "เขื่อนป่าสักฯ" น้ำต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ย้ำเพียงพอใช้จนจบฤดูแล้ง
(19 เม.ย. 69) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมประเทศมีปริมาณน้ำใช้การเหลือ 45% โดยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่งที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด ได้แก่ เขื่อนแม่มอก, ป่าสักชลสิทธิ์, ขุนด่านปราการชล, คลองสียัด, วชิราลงกรณ และปราณบุรี ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองจากพายุฤดูร้อนช่วยเติมน้ำในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สทนช. ยืนยันว่าภาพรวมน้ำยังเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรมจนสิ้นสุดฤดูแล้งนี้
ในช่วงฤดูแล้งนี้ การติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักอย่างใกล้ชิดเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การประปา และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 6 แหล่งน้ำใหญ่ที่ สทนช. เฝ้าระวัง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก, ป่าสักชลสิทธิ์, ขุนด่านปราการชล, คลองสียัด, วชิราลงกรณ และปราณบุรี ที่น้ำปริมาณต่ำกว่าระดับควบคุมระดับต่ำสุด ซึ่งอาจกระทบกับแผนการใช้น้ำหากไม่มีการจัดสรรอย่างรัดกุม จากประสบการณ์การติดตามข่าวและการใช้ชีวิตในช่วงที่น้ำขาดแคลนหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำของประชาชน เช่น การใช้น้ำอย่างประหยัดและการซ่อมแซมท่อประปาที่รั่วไหล เป็นต้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ และระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ก็มีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกที่ได้รับฝนฟ้าคะนองจากพายุฤดูร้อน ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเติมน้ำเพิ่มในบางจุด ทำให้ภาพรวมของปริมาณน้ำยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ ซึ่งเป็นข่าวดีที่ช่วยให้ผู้ใช้น้ำมั่นใจว่าการดำเนินกิจกรรมต่างๆ จะไม่หยุดชะงักจนสิ้นฤดูแล้งนี้ โดยรวมแล้ว การติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำจาก สทนช. อย่างต่อเนื่องและการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและประชาชน จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปีนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และลดผลกระทบจากปัญหาน้ำขาดแคลนในระยะยาว
