เพื่อไทยไม่ส่งชิงผู้ว่าฯ กทม. หัวหน้าพรรคยืนยัน ปล่อยสนามอิสระมุ่งเดินหน้านโยบายภาพใหญ่
(20 เม.ย. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันพรรคจะไม่ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นนโยบายขับเคลื่อนประเทศในภาพใหญ่ระดับชาติ และต้องการให้ประชาชนมีอิสระในการตัดสินใจเลือกผู้นำท้องถิ่น ส่วนสนามสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส ก.) ยังอยู่ระหว่างการหารือและยังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้
#ข่าวtiktok #ข่าวการเมือง #ผู้ว่ากทม #กทม #สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
จากการที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ ส่งผลให้วงการเมืองกรุงเทพฯ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากสนามนี้เป็นหนึ่งในสนามเลือกตั้งที่มีความเข้มข้นและได้รับความสนใจอย่างสูงจากประชาชนและสื่อมวลชน ในฐานะผู้ติดตามข่าวสารการเมือง ความรู้สึกส่วนตัวคือเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคที่เลือกมุ่งเน้นนโยบายภาพใหญ่ระดับชาติ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกผู้นำท้องถิ่นกันอย่างอิสระ อย่างไรก็ดี เมื่อลองพิจารณาถึงผลกระทบจากการไม่ส่งตัวแทนลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ของเพื่อไทยในมุมมองของประชาชนทั่วไป อาจส่งผลให้บรรยากาศการเมืองในกรุงเทพฯ มีความเปิดกว้างมากขึ้น เพราะผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นจะมีโอกาสเข้ามามีบทบาทและสร้างนโยบายเพื่อตอบสนองความต้องการชุมชนท้องถิ่นได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย ในส่วนของการหารือเรื่องการส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาต่อไป เพราะอย่าลืมว่า สก.เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและเสนอแนะนโยบายต่อผู้ว่าฯ การมีสมาชิกสภาที่มีประสิทธิภาพจากพรรคที่มีนโยบายระดับชาติที่ชัดเจน ก็จะช่วยสร้างสมดุลให้กับการพัฒนากรุงเทพมหานครควบคู่ไปกับนโยบายใหญ่ของประเทศได้อย่างเหมาะสม ส่วนประสบการณ์ของตัวเอง พบว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างผู้ว่าฯ กทม. เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ประชาชนได้เข้าใจบทบาทและความสำคัญของการเมืองในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง ยิ่งพรรคที่มีนโยบายชัดเจนและไม่ส่งตัวเองลงชิงตำแหน่ง ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความจริงใจในการมอบโอกาสให้ผู้สมัครคนอื่นๆ ได้สร้างผลงานและพิสูจน์ตัวผ่านนโยบายที่ตรงกับความต้องการของชุมชนมากขึ้น โดยรวมแล้ว มุมมองเรื่องพรรคเพื่อไทยปล่อยสนามอิสระในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะแม้พรรคจะไม่ได้ลงสนามแข่งขันโดยตรง แต่ก็ยังคงวางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นภาพรวมทั้งประเทศอย่างชัดเจน ถือเป็นบทเรียนและตัวอย่างที่ดีของการบริหารพรรคการเมืองที่ไม่เพียงแต่ยึดติดกับการชนะเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายการพัฒนาระยะยาวเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
