เฝ้าระวังวิกฤตแล้ง! น้ำใช้การภาพรวมเหลือ 43% ภาคกลางและตะวันออกวิกฤตหนัก

(25 เม.ย. 69) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ พบปริมาณน้ำใช้การได้จริงเหลือเพียงร้อยละ 43 (24,595 ล้าน ลบ.ม.) โดยพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกน่าเป็นห่วงที่สุดเนื่องจากมีน้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 40 ของความจุ ทั้งนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่งที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด อาทิ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และขุนด่านปราการชล อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าในช่วงปลายเดือนเมษายนจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้บางส่วน แต่ยังคงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง

#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #ฤดูแล้ง #สทนช #กรมประชาสัมพันธ์

4/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วงฤดูแล้ง น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งมักลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกซึ่งมีความต้องการใช้น้ำสูงทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เช่น การรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำสำรองและเทคโนโลยีจัดเก็บน้ำฝน ในปีนี้ สถานการณ์น้ำรายงานว่ามีน้ำใช้การได้เพียง 43% ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลายปี การที่มีอ่างเก็บน้ำ 6 แห่งปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุดเป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าควรเตรียมแผนรับมือและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การคาดการณ์ฝนฟ้าคะนองในช่วงปลายเดือนเมษายนอาจช่วยให้ระดับน้ำดีขึ้นบ้าง แต่ไม่ควรประมาทและต้องบริหารน้ำอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง ในชีวิตประจำวัน ผมชื่นชมการใช้เทคโนโลยีช่วยประหยัดน้ำ เช่น ระบบน้ำหยดในเกษตร หรือการใช้เครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนในชุมชน เพื่อให้สามารถวางแผนและปรับลดการใช้น้ำได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การปลูกพืชใช้น้ำน้อยและเลือกใช้วัสดุสำหรับกักเก็บน้ำในพื้นที่ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการลดผลกระทบจากภัยแล้ง สุดท้ายแล้วยังเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะร่วมกันประหยัดและใช้น้ำอย่างมีสติ เพื่อผ่านวิกฤตแล้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว