“รองนายกฯ ศุภจี” ดึง “พิมรี่พาย” ไลฟ์สดขายทุเรียน 1 ล้านลูก ช่วยเกษตรกรหน้าสวน 28 เม.ย. นี้
(27 เม.ย. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ขยายช่องทางตลาดทุเรียนไทยผ่าน Live Commerce โดยดึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง “พิมรี่พาย” เตรียมไลฟ์ขายทุเรียน 1 ล้านลูก ในราคาลูกละ 100 บาท ส่งตรงจากหน้าสวนในวันที่ 28 เมษายนนี้ เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 33% ทั้งนี้ยังได้ลงนาม MOU กับ TikTok เพื่อส่งเสริมกา รขายสินค้าเกษตรออนไลน์และยกระดับองค์ความรู้ด้านดิจิทัลให้เกษตรกรไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
#ข่าวtiktok #ทุเรียนจันทบุรี #พิมรี่พาย #ข่าวเศรษฐกิจ #กระทรวงพาณิชย์
การจัดกิจกรรมไลฟ์สดขายทุเรียน 1 ล้านลูกในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าชื่นชมในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล ซึ่งพิมรี่พายในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังได้ใช้ช่องทาง Live Commerce กระตุ้นยอดขายทุเรียนจากหน้าสวนโดยตรง ราคาลูกละ 100 บาทที่ตั้งไว้ถือเป็นราคาที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภคทั่วไปและยังช่วยเกษตรกรลดปัญหาทางการตลาด เช่น ราคาผันผวนและการขายผ่านคนกลาง การทำงานร่วมกับ TikTok ผ่าน MOU ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเครื่องมือและความรู้ด้านดิจิทัล ดังนั้นเกษตรกรจึงไม่ได้พึ่งพาการขายผ่านช่องทางเดิมๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำตลาดออนไลน์ การสื่อสารถึงคุณภาพสินค้า และการสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรของตนเอง นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับความสามารถของเกษตรกรในการบริหารจัดการตลาดได้ด้วยตัวเองในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องสินค้าการเกษตรและอยากติดตามเทคนิคการขายออนไลน์รูปแบบใหม่ การชมไลฟ์สดขายทุเรียนครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ทำให้เห็นภาพรวมตลาดสดยุคใหม่ที่ก้าวสู่โลกดิจิทัลจริงๆ ประสบการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์มีบทบาทสำคัญในการช่วยเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและช่วยฟื้นฟูราคาสินค้าเกษตรให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น ผมเองก็ได้ติดตามการไลฟ์สดของพิมรี่พายและพบว่า วิธีการนำเสนอสินค้าของเธอนั้นให้ความรู้สึกใกล้ชิดและน่าเชื่อถือ ช่วยให้ผู้ชมเกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้ามากขึ้นด้วย นอกจากนี้การซื้อสินค้าผ่านไลฟ์สดยังเพิ่มความสนุกสนานและกระตุ้นความอยากซื้อด้วยการสื่อสารที่ทันสมัยและตอบโต้กับลูกค้าได้ทันที ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและการตลาดออนไลน์กำลังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้และพัฒนาเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งถ้าเดินหน้าต่อไปในทิศทางนี้ ก็จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวงการเกษตรโดยรวมอย่างแท้จริง
