สทนช. เฝ้าระวังภาคกลางวิกฤตน้ำใช้การเหลือแค่ 35% ย้ำปริมาณน้ำรวมยังพอใช้ถึงสิ้นฤดูแล้ง

(27 เม.ย. 69) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวม พบปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศเหลือร้อยละ 43 (24,287 ล้าน ลบ.ม.) โดยพื้นที่ภาคกลางน่าห่วงที่สุดเหลือน้ำเพียงร้อยละ 35 ทั้งนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และขุนด่านปราการชล ที่ปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด อย่างไรก็ตาม สทนช. ยืนยันว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันยังคงเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและกิจกรรมสำคัญไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้งปี 2568/2569 แน่นอน

#ข่าวtiktok #สนทช #ภัยแล้ง #ฤดูแล้ง #ข่าวเตือนภัย

4/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากสถานการณ์วิกฤตน้ำใช้การในพื้นที่ภาคกลางที่ลดเหลือเพียง 35% อย่างที่รายงาน การดูแลและใช้ทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูแล้งจึงมีความสำคัญอย่างมาก ในฐานะคนที่อาศัยอยู่ในภาคกลาง ผมได้เห็นความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างเร่งด่วน เช่น การลดการใช้น้ำในกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ผมเริ่มเก็บกักน้ำฝนเพื่อใช้รดน้ำต้นไม้และล้างทำความสะอาดในบ้าน รวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดน้ำ เช่น ก๊อกน้ำแบบเซ็นเซอร์และสายยางประหยัดน้ำ อีกทั้งยังเห็นว่า การประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชนสำคัญมากในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การแบ่งปันข้อมูลปริมาณน้ำสำรองและการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ชาวบ้านสามารถวางแผนใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสมและไม่ตกอยู่ในภาวะขาดแคลน ฉะนั้น การเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมถึงการช่วยกันประหยัดน้ำในทุกครัวเรือน จะช่วยให้สามารถผ่านพ้นฤดูแล้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง เพื่อช่วยลดความต้องการใช้น้ำในภาคเกษตร ซึ่งถือเป็นผู้ใช้น้ำจำนวนมากของประเทศ และร่วมมือกันรักษาคุณภาพแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหามลพิษที่จะกระทบต่อปริมาณน้ำใช้การในอนาคต