“ยศชนัน” กางแผนปี 73 ดันเศรษฐกิจสีเขียวโต 3% ชูนวัตกรรม Net Zero สู้กำแพงภาษีโลก
(28 เม.ย. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงวิสัยทัศน์ในงาน NAC2026 ตั้งเป้าภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) จะเพิ่ม GDP จากเศรษฐกิจสีเขียวร้อยละ 3 และสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ 5,000 รายการ เพื่อรับมือมาตรการ CBAM ที่คาร์บอนกลายเป็นกำแพงภาษีการค้าโลก โดยชูอุตสาหกรรมอวกาศและ EV เป็นเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมพัฒนากำลังคน 20 ล้านคน และลดความเสี่ยงคาร์บอนร้อยละ 30 ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยืนยันพร้อมรับความเสี่ยงแทนนักวิจัยเพื่อให้เดินหน้าสร้างนวัตกรรมแก้ปัญหา Climate Change ได้อย่างเต็มกำลัง
#ข่าวtiktok #กระทรวงอว #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวนวัตกรรม #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เน้นเศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2573 นั้น ทำให้ผมมองเห็นความสำคัญของการผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ กับการรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการตั้งเป้าหมายเพิ่ม GDP สัดส่วนเศรษฐกิจสีเขียวให้โตขึ้นถึง 3% เป็นตัวชี้วัดที่ท้าทายแต่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่โลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ผมได้ติดตามมาตรการ CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism ที่กำลังจะกลายเป็นกำแพงภาษีใหม่ของโลก ซึ่งสร้างความกดดันให้กับประเทศต่างๆ ต้องปรับตัว โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการส่งออก การที่ทางกระทรวง อว. เลือกผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ยังสอดคล้องกับนิยามเศรษฐกิจสีเขียวที่ลดคาร์บอนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายการพัฒนากำลังคนกว่า 20 ล้านคน ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยสร้างบุคลากรและนักวิจัยที่มีประสิทธิภาพเพื่อผลักดันนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมเพื่อต่อสู้กับปัญหา Climate Change ที่ซับซ้อนในหลายมิติ การที่รัฐมนตรีรับความเสี่ยงแทนนักวิจัยถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างแรงจูงใจและความมั่นใจในการพัฒนาผลงานที่มีคุณค่า ในมุมมองของผู้ที่ติดตามและให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมของไทย แผนงานดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ดีและน่าจับตามองว่าจะสามารถนำพาประเทศเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งรับมือกับกำแพงภาษีระดับโลกอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะในยุคที่การลงทุนและการบริโภคของโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกวัน


