สรรพสามิตเตรียมชง “รถเก่าแลกรถใหม่” เข้า ครม. บังคับกำจัดซาก-ห้ามกลับมาวิ่งเด็ดขาด

(29 เม.ย. 69) นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เผยความคืบหน้าโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเงื่อนไขสำคัญคือรถเก่าที่นำมาแลกส่วนลดจะต้องถูกกำจัดซากและ “ห้ามนำกลับมาวิ่งบนท้องถนนสาธารณะอีก” เพื่อลดมลพิษอย่างเบ็ดเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือสมาคมยานยนต์เพื่อหาจุดตัดอายุรถที่เหมาะสม (10, 15 หรือ 20 ปี) รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับกลุ่มรถแท็กซี่ที่มีภาระหนี้สินผูกพันกับสัญญาเช่าซื้อ

#ข่าวtiktok #กรมสรรพสามิต #รถเก่าแลกรถใหม่ #พลังงานสะอาด #ข่าวเศรษฐกิจ

4/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ของกรมสรรพสามิตนี้ เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ด้วยมาตรการบังคับให้รถเก่าที่นำมาแลกต้องถูกกำจัดซากอย่างถาวรและไม่อนุญาตให้นำกลับมาวิ่งบนท้องถนน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากรถยนต์เก่า การกำหนดอายุของรถเก่าที่จะเข้าร่วมโครงการ เช่น 10, 15 หรือ 20 ปี ยังเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับสมาคมยานยนต์ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและเป็นธรรมที่สุดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่ที่อาจมีภาระหนี้สินผูกพันกับสัญญาเช่าซื้อ การแลกรถยนต์เก่าในโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดจำนวนรถยนต์ที่ก่อมลพิษบนท้องถนน แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย รวมไปถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและส่งเสริมพลังงานสะอาดในภาพรวมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ พบว่าการกำหนดให้รถเก่าถูกทำลายต่อไปอย่างถาวรนั้นสร้างความมั่นใจว่าโครงการจะส่งผลดีต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว นอกจากนี้ยังเห็นด้วยกับการให้ความช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านนี้ เพราะแท็กซี่คือกลุ่มที่ใช้รถยนต์เก่าจำนวนมาก และมีความจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ดีของภาครัฐในการปรับเปลี่ยนสู่ยุคพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน