อย. อายัดปลากระป๋อง "ไม่ตรงปก" กว่า 1.2 หมื่นชิ้น กรมประมงยันเป็นปลานิลไม่ใช่ปลาหมอคางดำ
(6 พ.ค. 69) เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. นำทีมลงพื้นที่อายัดปลากระป๋องยี่ห้อดังรวมกว่า 12,700 กระป๋อง หลังตรวจสอบพบว่าใช้เนื้อปลาไม่ตรงตามฉลากและโรงงานไม่ได้มาตรฐาน GMP ขณะที่ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ยืนยันผลตรวจทางวิทยาศาสตร์พบว่าเป็น "ปล านิล" ไม่ใช่ "ปลาหมอคางดำ" ตามกระแสข่าวโซเชียล ทั้งนี้ อย. เตรียมดำเนินคดีขั้นสูงสุดฐานผลิตอาหารปลอมซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกหลอกลวง
#ข่าวtiktok #สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา #ปลากระป๋อง #ปลานิลกระป๋อง #สคบ
จากกรณี อย. อายัดปลากระป๋องกว่า 12,700 กระป๋อง เนื่องจากใช้เนื้อปลาไม่ตรงตามที่แจ้งบนฉลากและโรงงานผลิตไม่ได้มาตรฐาน GMP นั้น ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจและสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพอาหารในตลาดอย่างเคร่งครัด ในฐานะผู้บริโภคที่เคยซื้อปลากระป๋องเพื่อใช้งานในครัวเรือน พบว่าการเลือกซื้อปลากระป๋องที่มีฉลากชัดเจนและแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะปลากระป๋องถือเป็นอาหารที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหารประจำวัน หากปลากระป๋องนั้นไม่ตรงตามฉลากอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยได้ เหตุการณ์นี้ยังทำให้เห็นว่าการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการยืนยันความถูกต้องของข้อมูลบนฉลาก และช่วยป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภคในตลาดอาหาร อีกทั้งยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่โรงงานผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สินค้าปลอดภัยและมีคุณภาพตามที่โฆษณา สำหรับผู้บริโภค ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสถานที่ผลิตและฉลากสินค้าที่ชัดเจน และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สคบ. เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ ในประสบการณ์ส่วนตัว เคยเจอเหตุการณ์ที่สินค้าปลากระป๋องบางยี่ห้อมีเนื้อปลาน้อยกว่าที่ระบุไว้บนฉลาก และเมื่อแจ้งไปยังผู้ผลิตก็ได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจน จึงเป็นบทเรียนสำคัญให้ฉันเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่เชื่อถือได้และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุด เรื่องนี้ถือเป็นบทเตือนให้ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต หน่วยงานกำกับดูแล และผู้บริโภค ต้องร่วมมือกันเพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดนั้นมีความถูกต้อง ปลอดภัย และไม่หลอกลวงผู้บริโภคแต่อย่างใด








