“ทักษิณ” ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า เผย “ไปจำศีลมา 8 เดือน” พร้อมติดกำไล EM คุมเข้ม

(11 พ.ค. 69) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าในเวลา 09.00 น. หลังเสร็จสิ้นการติดกำไล EM ที่สำนักงานคุมประพฤติ โดยได้เปิดกระจกทักทายสื่อมวลชนและมวลชนเสื้อแดง พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า "ไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว" และส่งเสียง "Relieve" แสดงถึงความผ่อนคลายที่ได้รับอิสรภาพ ทั้งนี้อดีตนายกฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการพักโทษรอบ 2 อย่างเคร่งครัดจนกว่าจะพ้นโทษสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งจะได้รับใบบริสุทธิ์และคืนสิทธิต่างๆ ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

#ข่าวtiktok #พักโทษทักษิณ #ปล่อยตัวทักษิณ #ข่าวการเมือง #กระทรวงยุติธรรม

5/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการติดกำไล EM หรือกำไลอิเล็กทรอนิกส์ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับสังคมไทย เนื่องจากเป็นการผ่อนผันมาตรการทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้ต้องโทษสามารถอยู่ในสังคมภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยไม่ต้องถูกจำกัดตัวในเรือนจำตลอดเวลา จากประสบการณ์ของทักษิณที่ระบุว่า "ไปจำศีลมา 8 เดือน" นั้น สะท้อนถึงความรู้สึกของผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด ต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างสูงเพื่อผ่านช่วงเวลาที่ต้องถูกจำกัดการเคลื่อนไหว แม้ว่าจะสามารถปรากฏตัวต่อสาธารณะและมีการติดกำไล EM คุมเข้มอยู่ก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจแนวทางของการติดกำไล EM นั้น นอกจากจะช่วยลดความแออัดของเรือนจำแล้ว ยังสามารถช่วยให้ผู้ต้องโทษมีโอกาสฟื้นฟูตัวเองและกลับสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี การกำหนดเงื่อนไขและการคุมเข้มอย่างรัดกุมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำและรักษาความปลอดภัยของสังคม ผู้ติดกำไล EM ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ เช่น การรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ แสดงความร่วมมือในการตรวจสอบตำแหน่ง และไม่ทำผิดกฎหมายเพิ่มเติม ซึ่งในกรณีของทักษิณเอง ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะครบกำหนดวันพ้นโทษสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569 การเปิดเผยตัวครั้งนี้จึงถือเป็นสัญญาณบวกว่าอดีตนายกฯ มีการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงแสดงออกถึงความต้องการอยู่ร่วมกับสังคมอย่างสงบสุข การติดกำไล EM จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือควบคุม แต่ยังเป็นตัวแทนของโอกาสและการเริ่มต้นใหม่ จากการติดตามข่าวสารและประสบการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนเห็นว่าระบบกำไล EM ควรถูกพัฒนาต่อไปและได้รับการส่งเสริมในระบบยุติธรรมไทย เพื่อเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการจัดการผู้ต้องโทษ และช่วยลดภาระของเรือนจำ รวมทั้งสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคมในอนาคต