ไทยเสี่ยงวิกฤตแล้งน้ำใช้การได้เหลือเพียง 39% สทนช. ชี้ ภาคกลางวิกฤตหนักสุด

(15 พ.ค. 69) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมทั่วประเทศพบปริมาณน้ำใช้การได้จริงเหลือเพียง 39% หรือประมาณ 22,061 ล้าน ลบ.ม. โดยพื้นที่ภาคกลางน่ากังวลที่สุดเนื่องจากมีน้ำใช้การได้เหลือเพียง 32% ท่ามกลางภาวะเสี่ยงวิกฤตแล้งในหลายพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ยังมีปริมาณน้ำคงเหลือสูงสุดที่ 66% และ 61% ตามลำดับ ทั้งนี้ สทนช. ยังคงติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงรอยต่อฤดูกาล

#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #สำนักงานทรัพยากรแห่งชาติ #วิกฤตแล้ง #ซูเปอร์เอลนีโญ

5/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่เคยเผชิญกับปัญหาวิกฤตแล้งในภาคกลางของประเทศไทย เราจะเห็นว่าสถานการณ์น้ำที่ลดน้อยลงส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเกษตรและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน น้ำที่ใช้การได้เพียง 39% แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางแผนและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงเวลาที่ภาคกลางมีน้ำเหลือเพียง 32% สิ่งที่ทุกภาคส่วนสามารถช่วยกันได้คือการประหยัดน้ำและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำในบ้าน การส่งเสริมการเก็บกักน้ำฝน รวมถึงการจัดการพื้นที่เกษตรให้น้ำไหลเวียนได้ดีขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง สำหรับภาคตะวันตกและภาคใต้ที่ยังมีปริมาณน้ำสูงกว่า สามารถเป็นต้นแบบในการแบ่งปันความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและการใช้เทคโนโลยีในการเก็บกักน้ำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่มีผลต่อสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตามอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาระยะยาวและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดจาก สทนช. และการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกคน และช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤตแล้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน