นศ.เทคนิคสะท้อนใจ ร้อนตับแลบฝนตกชื้น ขอยกเลิกผูกเนกไท ผูกไม่เป็น-อึดอัดเสี่ยงเป็นลม
(17 พ.ค. 69) เสียงสะท้อนจากนักศึกษาส่งข้อความแชทระบายความในใจเกี่ยวกับกฎระเบียบการแต่งกายของวิทยาลัยเทคนิค กับโดนัท สารบุตร โดยระบุว่าช่วงนี้อากาศหน้าร้อนอบอ้าวมาก แถมบางวันฝนตกชวนให้อึดอัดเหนียวตัว การต้องใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศและผูกเนกไททำให้หายใจไม่สะดวก ร้อนจนกลัวหงุดหงิดเป็นลม และที่สำคัญคือตนเองผูกเนกไทไม่เป็นเลย จึงอยากวอนสื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปยังรัฐบาลและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ขอความกรุณาช่วยทบทวนผ่อนผันระเบียบดังกล่าว โดยขอยังคงแต่งชุดนักศึกษาได้ แต่ขอละเว้นการบังคับผูกเนกไทเพื่อช่วยลดความอึดอัดและสอดรับกับสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน
#ข่าวtiktok #ชุดนักเรียน #ชุดนักศึกษา #ข่าวการศึกษา #กระทรวงศึกษาธิการ
จากประสบการณ์ของนักศึกษาในสถาบันเทคนิคต่างๆ พบว่าในสภาพอากาศหน้าร้อนของไทยที่ร้อนจนแทบหายใจไม่สะดวก รวมถึงช่วงที่มีฝนตกและความชื้นสูง การใส่ชุดนักศึกษาเต็มรูปแบบพร้อมผูกเนกไทนั้นยิ่งเพิ่มความอึดอัดให้กับผู้สวมใส่อย่างมาก เนกไทซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อความเป็นระเบียบและเป็นทางการ อาจกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้การหายใจไม่สะดวก เหงื่อออกเยอะ และบางครั้งเสี่ยงต่อการเป็นลมหรือเกิดอาการวิงเวียนเนื่องจากความร้อนสะสมสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนเป็นอย่างมาก หลายคนยังประสบปัญหาในการผูกเนกไทอย่างถูกวิธีโดยเฉพาะนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วิทยาลัย เทคนิคเหล่านี้ไม่ได้ถูกสอนอย่างละเอียด หรือมีเจตนาให้ผูกเนกไททุกวันอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการยกเว้นตามสภาพอากาศ นอกจากนี้ การบังคับผูกเนกไทในช่วงอากาศร้อนหรือชื้น ยังไม่มีความสอดคล้องกับความเป็นจริงของสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย และส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกสบายจนหลายคนอยากเห็นการทบทวนระเบียบในเรื่องนี้ ตามเทรนด์การปรับเปลี่ยนของหลายโรงเรียนและสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ยืดหยุ่นเรื่องการแต่งกายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม การได้แก้ไขรหัสชุดนักศึกษาหรือยกเว้นการผูกเนกไทในช่วงอากาศร้อนของไทยจะช่วยให้นักศึกษาไม่มีความกังวลเรื่องสุขภาพและความรู้สึกอึดอัด ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นลมและเพิ่มความผ่อนคลายในการเรียน อีกทั้งยังเพิ่มความรู้สึกมั่นใจเมื่อแต่งตัวอย่างเหมาะสมในสภาพอากาศจริง การเป็นตัวแทนของนักศึกษาและสื่อช่วยส่งเสียงเรียกร้องให้ผู้บริหาร กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมการศึกษาที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสุขภาพของเด็กนักเรียนและนักศึกษาในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง





