ดราม่าโรงเรียนกั๊กใบจบเด็กค้างค่าเทอม ครม. สั่ง ศธ. แก้ไขด่วน เดินหน้านโยบาย Zero Drop Out
(19 พ.ค. 69) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. รับทราบข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีสถานศึกษาสังกัด สพฐ. บางแห่ง ชะลอการออกเอกสารสำคัญทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ค้างชำระเงินบำรุงการศึกษา โดย ครม. ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับไปบูรณาการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กให้สามารถนำเอกสารไปรายงานตัวเรียนต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ได้อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย "Thailand Zero Drop Out" โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เพื่อลดสถิติตัวเลขเด็กหลุดจากระบบให้เป็นศูนย์
#ข่าวtiktok #กระทรวงศึกษาธิการ #ข่าวนักเรียน #ข่าวการศึกษา #ค้างค่าเทอม
ในฐานะที่เป็นผู้ที่เคยประสบปัญหาการเรียนที่ถูกกีดกันโดยเรื่องค่าเทอม ผมเข้าใจดีว่าปัญหาการกั๊กใบจบเด็กที่ค้างค่าเทอมเกิดความลำบากใจต่อทั้งนักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เพราะใบจบถือเป็นสิ่งจำเป็นสำคัญในการยืนยันตัวตนและสมัครเข้าศึกษาต่อหรือสมัครงาน การที่โรงเรียนชะลอการออกเอกสารเหล่านี้ จึงเหมือนเป็นการกีดกันเด็กไม่ให้เติบโตต่อไปในเส้นทางการศึกษาอย่างราบรื่น นโยบาย Thailand Zero Drop Out ที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการได้นำมาขับเคลื่อน ถือเป็นการแสดงถึงความตั้งใจอย่างจริงจังในการลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาให้หมดไป ด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักเรียนที่ติดปัญหาทางการเงิน ลดอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดการหยุดเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเรียนได้จนจบการศึกษาภาคบังคับและต่อเนื่อง จากประสบการณ์จริง ผมอยากแนะนำว่าควรมีการเปิดช่องทางการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนักเรียน เช่น การกองทุนช่วยเหลือ หรือระบบผ่อนชำระค่าเทอมที่ยืดหยุ่นมากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับสิทธิและแนวทางการขอความช่วยเหลือให้เข้าถึงได้ง่าย เพื่อไม่ให้เด็กต้องถูกตัดสิทธิทางการศึกษาเพียงเพราะปัญหาค่าใช้จ่าย การที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการตัดโอกาสเด็กเพียงเพราะค้างค่าเทอม ทำให้เกิดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา และส่งผลกระทบระยะยาวต่อชีวิตของเด็ก การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและมีมาตรการช่วยเหลือจริงจังจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดดราม่าและเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมในประเทศไทย















