รฟท. เซ็นสัญญา 2 หมื่นล้าน ลุยสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง ดีเดย์ตอกเสาเข็ม ก.ค. 69

(23 พ.ค. 69) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต กับบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 6,057 ล้านบาท และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา กับกิจการร่วมค้า ยูที มูลค่า 14,720 ล้านบาท โดยมีกำหนดแจ้งเริ่มงานก่อสร้างพร้อมกันในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ ใช้เวลาก่อสร้างรวม 36 เดือน และมีกำหนดเปิดให้บริการรองรับการเดินทางของประชาชนในปี 2572

#ข่าวtiktok #รถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย #กระทรวงคมนาคม #มหาวิทยาลัยมหิดล #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

5/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมข่าวการต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในปี 2569 นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่เดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างมาก เพราะจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและลดปัญหาการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สายสีแดงส่วนต่อขยายนี้จะเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่สำคัญ เช่น รังสิต กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และอีกเส้นทางเชื่อมระหว่างศิริราช ผ่านตลิ่งชัน ไปถึงศาลายา ซึ่งเป็นเขตชุมชนและแหล่งศึกษาที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ในฐานะผู้ที่เคยใช้บริการรถไฟฟ้าในหลายเส้นทาง รู้สึกได้ว่าสายสีแดงนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะเป็นโครงข่ายสำคัญที่ช่วยกระจายความหนาแน่นของผู้โดยสารออกจากสายอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและปัญหามลภาวะในเมืองใหญ่ ทั้งนี้ การก่อสร้างจะใช้เวลากว่า 36 เดือน โดยมีการตอกเสาเข็มที่เริ่มในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งบ่งบอกถึงความตั้งใจและการวางแผนที่ชัดเจนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรียกได้ว่าพร้อมที่จะผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของประเทศ สำหรับผู้ที่อยู่ใกล้เส้นทางนี้ การเตรียมตัวล่วงหน้าเรื่องเส้นทางและเวลาการเดินทางจะช่วยให้ปรับตัวได้ดีเมื่อโครงการแล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าเส้นทางส่วนต่อขยายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบ ทั้งในด้านอสังหาริมทรัพย์ การค้าขาย และการท่องเที่ยว ในภาพรวม การพัฒนารถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น พร้อมรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคตอีกด้วย