ตร.ปราจีนบุรี สกัดจับ “แก๊งก้านยาว” นับร้อยคัน นัดรวมตัวเที่ยวเขื่อนขุนด่านฯ ผิดกฎจราจรเพียบ
(24 พ.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี เข้าสกัดตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่น “แก๊งก้านยาว” จากพื้นที่ภาคตะวันออกหลายร้อยคัน หลังได้รับแจ้งว่านัดรวมตัวกันเพื่อเดินทางไปเที่ยวเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก โดยจากการตรวจสอบพบความผิดจำนวนมาก อาทิ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่อไอเสียเสียงดัง และไม่สวมหมวกนิรภัย เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับรายละ 500 บาท ตามกฎหมาย ก่อนอนุญาตให้เดินทางต่อไปได้
#ข่าวtiktok #ข่าวปราจีนบุรี #แก๊งก้านยาว #เขื่อนขุนด่านปราการชล #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นหรือแก๊งก้านยาวที่มักใช้รถจักรยานยนต์หลายร้อยคันเดินทางไปเที่ยวเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในหลายจังหวัดของภาคตะวันออก เช่น กรณีเขื่อนขุนด่านปราการชลที่จังหวัดนครนายก ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน การขับขี่เป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้มักจะสร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไป เนื่องจากเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดอุบัติเหตุและความวุ่นวายบนท้องถนน ผมเคยได้ยินและเห็นข่าวจากหลายพื้นที่ที่ตำรวจต้องออกมาเข้มงวดกับการกระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกนิรภัยที่เป็นปัญหาหลัก เพราะเป็นการลดความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นอย่างมาก ท่อไอเสียเสียงดังผิดกฎหมายก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้มีเสียงรบกวนและก่อความไม่สงบในชุมชนฉันท์หนึ่ง การที่ตำรวจปราจีนบุรีสกัดกั้นและตรวจสอบกลุ่มนี้ ก่อนจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ถือเป็นแนวทางที่ดีในการควบคุมและลดความเสี่ยงบนถนน นอกจากนี้ยังเป็นการเตือนสติให้กับกลุ่มวัยรุ่นว่า ต้องรับผิดชอบต่อการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้ การตั้งกฎระเบียบและการบังคับใช้กฎหมายไม่ควรเน้นแค่การจับปรับเท่านั้น แต่ควรมีการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขับขี่ปลอดภัยและกฎจราจรควบคู่ไปด้วย เช่น การจัดกิจกรรมอบรมหรือเวิร์กช็อปให้ความรู้แก่กลุ่มวัยรุ่นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการขับรถจักรยานยนต์ผิดกฎหมาย หรือการสร้างแรงจูงใจให้สวมหมวกนิรภัยเสมอ สุดท้าย การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ปกครองก็สำคัญในการสนับสนุนให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางถนน เพราะการขับขี่เพียงครั้งเดียวผิดพลาด อาจส่งผลกระทบถึงชีวิตและทรัพย์สินของคนรอบข้างได้อย่างรุนแรง
