เตือน‼️ ห้ามนำสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไปแลกเงินสด มีความผิดฐานฉ้อโกง จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(30 พ.ค. 69) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนประชาชนและร้านค้าห้ามนำสิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ไปแลกเป็นเงินสดหรือดำเนินการซื้อขายโดยไม่มีสินค้าจริง เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกำชับว่านอกจากจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว ยังอาจถูกระงับสิทธิเข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐและต้องชดใช้เงินคืนทั้งหมดด้วย

#ข่าวtiktok #ไทยช่วยไทยพลัส #ข่าวเตือนภัย #กฎหมายน่ารู้ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

5/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยติดตามข่าวเรื่องโครงการช่วยเหลือประชาชนของภาครัฐ อย่าง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ผมพบว่ามีหลายคนยังไม่เข้าใจข้อจำกัดและเงื่อนไขการใช้สิทธิอย่างชัดเจน ซึ่งการนำสิทธิดังกล่าวไปแลกเป็นเงินสดถือว่าผิดกฎหมาย และเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 นอกจากโทษทางกฎหมายที่อาจหนักถึงขั้นจำคุกแล้ว ผู้ที่ฝ่าฝืนยังมีโอกาสถูกระงับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ การใช้สิทธิโปรแกรมลักษณะนี้ควรเน้นเพื่อการซื้อสินค้าหรือบริการตามที่โครงการกำหนด เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือกลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยจริงๆ ในฐานะผู้ใช้สิทธิเอง ผมแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลและเงื่อนไขการใช้สิทธิกับหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเว็บไซต์ทางการของโครงการก่อนเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเสียสิทธิประโยชน์ นอกจากนี้ ควรระวังการถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจอ้างว่าแลกสิทธิเป็นเงินสดได้ เพราะหากร่วมมืออาจกลายเป็นผู้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัว สุดท้าย การตื่นตัวและการรู้เท่าทันกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาสิทธิของตนเองและช่วยสนับสนุนโครงการของรัฐอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ค้นหา ·
แผนที่ยโสธร