ศธ. คิกออฟ “Thailand Zero Dropout” จังหวัดศรีสะเกษ ชูโมเดล “บ่ถิ่มกัน” ตั้งเป้าดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
(24 มิ.ย. 69) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick-off การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ณ จ.ศรีสะเกษ โดยรายงานว่าตัวเลขเด็กนอกระบบทั่วประเทศลดลงจาก 1 ล้านคน เหลือ 6 แสนคน ซึ่ง จ.ศรีสะเกษ ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบด้วยโมเดล “Sisaket TZD Model” ที ่มีการบูรณาการข้อมูลเชิงรุกติดตามเด็กรายบุคคล โดย รมว.ศธ. ได้มอบนโยบายให้เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลาง, ใช้มาตรการ Learn to Earn ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ และถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อส่งต่อให้จังหวัดอื่นในภาคอีสาน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดึงเด็กกลับสู่ระบบการศึกษาให้ได้ 5 แสนคนในปี 2569 และอีก 1 ล้านคนในปี 2570
#ข่าวtiktok #thailandzerodropout #กระทรวงศึกษาธิการ #ข่าวนักเรียน #ข่าวการศึกษา
โครงการ Thailand Zero Dropout ถือเป็นความพยายามที่ดีในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในประเทศไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดศรีสะเกษซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญของโครงการนี้ ผ่านโมเดล “บ่ถิ่มกัน” หรือ Sisaket TZD Model ที่เน้นการเก็บข้อมูลเด็กนอกระบบอย่างละเอียดเพื่อติดตามรายบุคคลอย่างใกล้ชิด จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่าการติดตามและช่วยเหลือเด็กออกนอกระบบโดยใช้ข้อมูลเชิงรุกและระบบฐานข้อมูลกลาง ช่วยให้สามารถระบุสาเหตุที่เด็กเลิกเรียนได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางครอบครัว ความยากจน หรือความไม่เหมาะสมของการเรียนการสอน มาตรการ Learn to Earn ที่ผสมผสานการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจกับการเรียนรู้ ก็เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากช่วยลดภาระทางการเงินของครอบครัวและสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากกลับมาเรียนรู้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสโดยตรงให้เด็กและเยาวชนได้เห็นอนาคตที่ชัดเจนจากการศึกษาต่อ นอกจากนี้ การถอดบทเรียนจากการดำเนินงานที่ศรีสะเกษ ยังสามารถเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานได้นำไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดการขยายผลและเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเด็กนอกระบบศึกษาในภาพรวมได้อย่างยั่งยืน การลงทุนในฐานข้อมูลและการประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงองค์กรชุมชน จะช่วยให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น เพราะการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานเดียว แต่เป็นภารกิจที่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ท้ายที่สุด การที่เด็กเยาวชนได้รับโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจะส่งผลดีในระยะยาวต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
