ศุภมาส สั่ง สคบ. ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ห้างดัง ย้ำต้อง "ตรงปก" ห้ามโฆษณาเกินจริง ฝ่าฝืนเจอโทษหนัก

(26 มิ.ย. 69) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นำทีมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านบุฟเฟต์ในเขตปทุมวัน เพื่อคุมเข้มการโฆษณาเกินจริง เงื่อนไขราคาแฝง และคุณภาพอาหารให้ตรงตามที่กล่าวอ้างก่อนลูกค้าตัดสินใจใช้บริการ โดยเน้นย้ำผู้ประกอบการต้องระบุรายละเอียดโปรโมชัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าบริการให้ชัดเจน หากพบการโฆษณาเกินจริงหรือหลอกลวงผู้บริโภคอาจมีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท รวมถึงกรณีฉ้อโกงคูปองอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี ทั้งนี้ประชาชนสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือช่องทางออนไลน์ได้หากไม่ได้รับความเป็นธรรม

#ข่าวtiktok #ตรวจบุฟเฟ่ต์ #ข่าวเตือนภัย #สคบxกปส #อินฟลูเพื่อชาติ

6/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผม เวลาไปใช้บริการร้านบุฟเฟต์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมั่นใจว่าร้านนั้นโปรโมชันและคุณภาพอาหารตรงตามที่โฆษณาไว้ เนื่องจากบางครั้งเราเห็นราคาที่น่าสนใจแต่พอไปจริง ๆ กลับมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือค่าบริการที่ไม่แจ้งให้ทราบก่อนหน้าซึ่งบางร้านก็จะทำให้เสียความรู้สึกและเหตุนี้เองที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว การที่รัฐมนตรี ศุภมาส อิศรภักดี ได้สั่งการให้ สคบ. ลงตรวจสอบร้านบุฟเฟต์ในเขตปทุมวัน เป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับผู้บริโภค เพราะนอกจากจะช่วยคุมเข้มเรื่องการโฆษณาที่ตรงปกและจริงใจแล้ว ยังช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าเมื่อจ่ายเงินไปจะได้รับสิ่งที่ร้านโฆษณาไว้และไม่มีการแอบแฝงค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ การเตือนเรื่องโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนทั้งจำคุกสูงสุด 6 เดือนหรือปรับ 100,000 บาท รวมถึงโทษทางอาญาสำหรับกรณีฉ้อโกงคูปอง ยังเป็นการสร้างมาตรฐานที่สูงในวงการร้านอาหารบุฟเฟต์ ผมอยากแนะนำให้ผู้บริโภครู้จักใช้สิทธิของตนเอง เช่น การขอใบเสร็จที่ระบุรายละเอียดโปรโมชันภาษีและค่าบริการอย่างชัดเจน และถ้าพบเจอกรณีที่ไม่เป็นธรรม หรือโฆษณาเกินจริง สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน สคบ. 1166 ได้ทันที ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เสียงผู้บริโภคได้รับการรับฟัง และยังช่วยส่งเสริมให้ตลาดบุฟเฟต์ปรับปรุงมาตรฐานโดยรวมให้ดีขึ้นมากขึ้นอีกด้วย โดยรวมแล้วผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายหรือการตรวจสอบเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความไว้ใจระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อที่ต้องสร้างขึ้นด้วยความโปร่งใสและความจริงใจ ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือกันจะช่วยทำให้วงการร้านบุฟเฟต์ในไทยมีคุณภาพมาตรฐานและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง