ครม. เห็นชอบขยายเวลาแก้ปัญหาสัญชาติบุคคลอพยพและบุตรที่เกิดในไทย ถึงปี มิ.ย. 2570
(2 ก.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินการตามหลักเกณฑ์แก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลแก่กลุ่มอพยพและบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อเร่งรัดกระบวนการให้สัญชาติแก่กลุ่มตกค้าง เนื่องจากที่ผ่านมามีความคืบหน้าต่ำ โดยกำชับกรมการปกครองให้ค ัดกรองข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันเพื่อความมั่นคงของชาติ
##ข่าวtiktok##บุคคลไร้สัญชาติ##กลุ่มชาติพันธุ์##สถานะบุคคล##กรมการปกครอง
จากประสบการณ์การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับบุคคลไร้สัญชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยในประเทศไทย เห็นได้ชัดว่าการขยายเวลาการแก้ไขปัญหาสัญชาติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดปัญหาความไม่มั่นคงในชีวิตของกลุ่มบุคคลเหล่านี้อย่างมาก ในฐานะคนทั่วไปที่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม การที่รัฐบาลขยายเวลาจนถึงปี 2570 ภายใต้การดูแลของกรมการปกครองนั้น สะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาการขอสัญชาติให้ครอบคลุมกลุ่มคนที่ตกหล่น โดยเฉพาะกลุ่มอพยพและบุตรที่เกิดในไทยที่ยังไม่ได้รับสัญชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การมีสัญชาติไม่เพียงแต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะทำให้บุคคลสามารถเข้าถึงการศึกษา สาธารณสุข และบริการภาครัฐต่างๆ ได้เท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัว ทำให้สามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ การคัดกรองข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันตามที่กรมการปกครองได้รับมอบหมาย ยังเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างความมั่นคงของชาติ ลดการเกิดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อนหรือความคลาดเคลื่อนที่จะส่งผลเสียต่อกระบวนการดำเนินงาน ส่วนตัว ผมคิดว่าความพยายามนี้แสดงถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่สืบเนื่องยาวนาน และเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นคนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคมไทยอย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดแล้ว การติดตามความคืบหน้าของงานนี้อย่างสม่ำเสมอและสนับสนุนให้มีการดำเนินการอย่างโปร่งใสจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการขยายเวลานี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนกลุ่มอพยพและลูกที่เกิดในประเทศอย่างแท้จริง
