พรรคเพื่อไทยแสดงความเสียใจต่อเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว” พร้อมผลักดันมาตรการความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง
(13 ก.ค. 69) พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว” เมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย โดยพรรคเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลเยียวยาจิตใจและสภาพร่างกายผู้ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที พร้อมประสานงานติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อการช่วยเหลือที่เป็นธรรม ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างโปร่งใสและนำตัวผู้รับผิดชอบมาดำเนินคดี พร้อมยืนยันจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรผลักดันมาตรการป้องกันอัคคีภัยให้รัดกุมและทันสมัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมแชร์แถลงการณ์ดังกล่าวจากเพจพรรคเพื่อไทยเพื่อแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
#ข่าวtiktok #โรงเบียร์ณลาดพร้าว #ไฟไหม้ผับ #เยียวยาไฟไหม้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงให้แก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุและชุมชนโดยรอบ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยภายในอาคารและสถานประกอบการในเมืองอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานด้านความปลอดภัยของสถานที่สาธารณะ การมีมาตรการควบคุมป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐานถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันและระบบสัญญาณเตือนภัย รวมถึงระบบทางออกฉุกเฉินที่ถูกออกแบบและดูแลรักษาอย่างดี จะช่วยลดความสูญเสียได้มาก นอกจากนี้ การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็มีความสำคัญไม่น้อย เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดในโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ยังเผยให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบความปลอดภัยอาคารควรทำอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าของสถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและรอบด้าน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ด้วยความเห็นใจและความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การที่พรรคเพื่อไทยร่วมผลักดันมาตรการป้องกันอัคคีภัยและเรียกร้องความโปร่งใสในการตรวจสอบสาเหตุ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน รวมถึงเป็นบทเรียนสำคัญแก่สังคมที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมืออุบัติภัยในทุกมิติ
