“ยศชนัน” จับมือ พม. ลุยร้อยเอ็ด คิกออฟ Sandbox “แผนแก้จน 5 ด้าน” ด้วยนวัตกรรม อววน.

(18 ก.ค. 69) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดปฏิบัติการนำร่อง Sandbox “แผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยใช้แพลตฟอร์มวิเคราะห์ปัญหาครัวเรือนรายรายได้ตามฐานทุน 5 ด้าน ทั้งทุนมนุษย์ กายภาพ การเงิน ธรรมชาติ และสังคม เพื่อออกแบบการช่วยเหลืออย่างแม่นยำ หากสำเร็จจะขยายผลทั่วประเทศ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดได้ดำเนินโมเดลเกษตรแม่นยำในพื้นที่ ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยกว่า 3,414 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน

#ข่าวtiktok #ข่าวร้อยเอ็ด #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #ข่าวคนจน

7/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่สนใจเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน การนำร่องแผนแก้จน 5 ด้านที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดูน่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้เน้นแค่การแจกจ่ายความช่วยเหลือทั่วไป แต่ใช้ข้อมูลวิเคราะห์ครัวเรือนอย่างละเอียดใน 5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ กายภาพ การเงิน ธรรมชาติ และสังคม เพื่อออกแบบการช่วยเหลือแบบแม่นยำ ผมได้ติดตามข่าวว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ได้นำโมเดลเกษตรแม่นยำมาใช้ในพื้นที่ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกรเป็นเงินเฉลี่ยกว่า 3,414 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ซึ่งถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และเป็นประโยชน์จริง ๆ กับชุมชน นอกจากนี้ การใช้แพลตฟอร์มวิเคราะห์ฐานทุนที่หลากหลาย ยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาความยากจนที่ครอบคลุมทุกแง่มุม และทำให้ความช่วยเหลือไปถึงคนที่ต้องการมากที่สุด จากประสบการณ์สังเกตกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นในหลายพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกแบบนี้เป็นแนวทางที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้การจัดการปัญหามีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และสร้างความยั่งยืนทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและสังคม หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จและขยายผลไปทั่วประเทศ ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสังคมอย่างแท้จริง การจับมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่สำคัญในการสร้างสรรค์นโยบายที่ตอบโจทย์คนจนและคนในชุมชนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่จึงเป็นโครงการที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในอนาคต