ด่วน‼️ ไม่ยกเลิก MOU43 ไทย-กัมพูชา ทหารสองประเทศถกเข้ม ยืนยัน สานต่องานมนุษยธรรมชายแดน

(29 กรกฎาคม 2569) พันเอก บัญชา ชาญฉลาด รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ในฐานะรองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชาฯ เป็นประธานฝ่ายไทยร่วมประชุมกับ พลจัตวา ลาย กึมฮวด รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว เพื่อประสานความร่วมมือด้านมนุษยธรรมในการส่งกลับประชาชนและศพผู้เสียชีวิต โดยยึดมั่นตามกรอบข้อตกลงหยุดยิงและบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU 2543) ด้วยความจริงใจและปราศจากการยั่วยุ

#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #mou43 #กระทรวงกลาโหม

7/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าการรักษาความสัมพันธ์ด้วยข้อตกลง MOU 2543 นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการบานปลายของปัญหาความขัดแย้ง และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสงบและเป็นมิตร ในฐานะผู้ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพื้นที่และรับรู้เรื่องราวจากคนในพื้นที่ ทั้งสองฝ่ายมุ่งเน้นสานต่อภารกิจด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประสานงานเพื่อส่งกลับประชาชนและศพผู้เสียชีวิตอย่างถูกต้องและเคารพต่อความรู้สึกของครอบครัว การใช้กรอบของ MOU เป็นแนวทางนั้นช่วยลดความตึงเครียดและป้องกันการเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่เหตุทะเลาะวิวาท จากบทเรียนในอดีต การสื่อสารระหว่างทหารไทยและกัมพูชา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินไปด้วยความจริงใจและป้องกันการยั่วยุ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนนั้นยังสามารถเป็นเส้นแบ่งเขตที่สงบและจัดการตามกฏหมายระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนตัว ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสระหว่างทีมงานของทั้งสองฝ่าย และการไกล่เกลี่ยอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิมนุษยชนและการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน นอกจากนี้ การที่หน่วยงานรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาข้อตกลงและเชื่อมโยงดำเนินการตามข้อตกลง MOU 2543 ก็เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่า นอกจากจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงและความสงบในระยะยาวสำหรับประชาชนสองฝั่งชายแดน