ไทยพร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย สนับสนุน"ศูนย์อาเซียนด้านผู้สูงอายุ” ในไทย รัฐบาลยกเว้นภาษีเงินได้เจ้าหน้าที่ต่างชาติ ที่เข้ามาปฏิบัติงาน
(12 ส.ค. 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างกฎกระทรวงยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่เจ้าหน้าที่ต่างชาติของศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม (ACAI) ซึ่งตั้งอ ยู่ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการทำงานเชิงรุกด้านสังคมสูงวัย โดยรัฐบาลยอมสูญเสียรายได้ภาษีปีละ 1.7 ล้านบาท เพื่อแลกกับประโยชน์ด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมที่จะใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไทยและภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว
#ข่าวtiktok #ข่าวคนแก่ #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #ข่าวผู้สูงอายุ #ภาษีชาวต่างชาติ
ในยุคที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว การสนับสนุนและพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อรองรับผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ผมเคยมีโอกาสเข้าไปศึกษาดูงานศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในหลายประเทศในอาเซียน และสังเกตเห็นว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ร่วมกับความรู้ด้านสังคมศาสตร์ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างชัดเจน ศูนย์อาเซียนด้านผู้สูงอายุ (ACAI) ที่ตั้งในประเทศไทยนี้ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรมด้านผู้สูงอายุในภูมิภาค เจ้าหน้าที่จากต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลให้กับกลุ่มนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการทำงานเชิงรุกในเรื่องดังกล่าว การสูญเสียรายได้ภาษีจำนวน 1.7 ล้านบาทต่อปี จึงถือว่าคุ้มค่ากับการได้องค์ความรู้และวิธีการใหม่ๆ ที่จะนำไปต่อยอดการดูแลผู้สูงอายุทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค นอกจากนี้ การมีศูนย์ ACAI ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันพัฒนาเครื่องมือหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุในแต่ละประเทศ ความร่วมมือนี้ยังช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและทำให้เกิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์และประหยัดต้นทุน เห็นได้ชัดว่า การวางมาตรการแบบนี้ช่วยให้ประเทศไทยยังคงบทบาทสำคัญในการผลักดันสังคมสูงวัยในอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต


















