รองนายกฯ ยศชนัน เผยรัฐบาลเตรียมชง ครม. 4 ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานและสมรสเท่าเทียม
(18 ส.ค. 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมเปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาร่างกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองคนรับงานไปทำที่บ้าน และร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2 ฉบับ เพื่อปรับแก้คำว่าคู่สามีภรรยาเป็นคู่สมรสให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมและให้ความคุ้มครองที่เป็นธรรมแก่ผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่ม
#ข่าวtiktok #กระทรวงแรงงาน #กฎหมายคุ้มครองแรงงาน #สมรสเท่าเทียม #สวัสดิการแรงงาน
ในฐานะที่ได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายแรงงานของไทยมาอย่างใกล้ชิด ผมเห็นว่าการที่รัฐบาลเตรียมเสนอ 4 ร่างกฎหมายใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสิทธิด้านแรงงานที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานทางทะเลและคนที่รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งมักจะได้รับการคุ้มครองน้อยกว่ากลุ่มแรงงานทั่วไป ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคำว่า "คู่สามีภรรยา" เป็น "คู่สมรส" ช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมทางกฎหมาย โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิสมรสและการได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่ไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศหรือลักษณะความสัมพันธ์ นี่คือการตอบสนองความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปและความหลากหลายของครอบครัวในปัจจุบัน จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยเห็นแรงงานรับจ้างที่ทำงานจากบ้านจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับแรงงานในสถานประกอบการ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองคนรับงานไปทำที่บ้าน จะช่วยให้พวกเขาได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้น ทั้งด้านค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และสวัสดิการต่างๆ ที่จำเป็น อีกทั้งร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล ก็เป็นกฎหมายที่สำคัญที่จะช่วยดูแลสวัสดิภาพของแรงงานในอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทะเล ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่ต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงที่สูงจากลักษณะงาน ในภาพรวม ร่างกฎหมายเหล่านี้ที่กำลังจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์การคุ้มครองสิทธิแรงงานในหลากหลายกลุ่ม แต่ยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ผมเชื่อว่าเมื่อกฎหมายเหล่านี้ผ่านการพิจารณาและบังคับใช้จริงแล้ว จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยและเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งต่อไป
