Check if you have recovered from the ear yet?
จากประสบการณ์ในการดูแลแมวตัวโปรดของผมเอง การรักษาไรในหูไม่ควรหยุดเมื่อเห็นแค่ว่าน้องแมวไม่คันหรือไม่ส่ายหัวอีกต่อไป เพราะแม้ภายนอกจะดูดีขึ้น แต่ไรและเชื้อโรคอาจยังหลงเหลืออยู่ในหูและกลับมาเป็นซ้ำได้ ผมแนะนำให้เจ้าของแมวสังเกตอย่างละเอียดในเรื่องของคราบดำเล็กๆ ที่อาจยังเหลือในหู นอกเหนือจากการสังเกตพฤติกรรมของน้องแมว เช่น ไม่เกาหูหรือสะบัดหัวบ่อย ๆ เพราะคราบเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าไรในหูอาจยังไม่หมดไป ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญมากคือการพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อให้ตรวจหูด้วยเครื่องมือโอโตสโคปหรือเก็บตัวอย่างคราบในหูเพื่อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ วิธีนี้ช่วยยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีไข่หรือไรหลงเหลืออยู่ การตรวจซ้ำหลังการรักษาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ควรหยุดใช้ยารักษาเองเพียงแค่สังเกตจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของแมว เพราะการรักษาที่ไม่จบสมบูรณ์อาจทำให้ต้องกลับมารักษาซ้ำ ซึ่งทำให้น้องแมวเหนื่อยและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนอื่น ๆ สุดท้ายผมขอเน้นว่าเจ้าของต้องมีความอดทนและใส่ใจในการดูแลแมวต่อเนื่อง เพื่อให้น้องแมวมีสุขภาพดี หูสะอาด และไม่มีปัญหาไรในหูตามมาครับ