Which house is afraid of kidney disease in the children recorded this clip?
จากประสบการณ์ดูแลน้องหมาและน้องแมวที่มีโรคไต การเลือกอาหารที่เหมาะสมถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งครับ สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือปริมาณโปรตีนต้องถูกบาลานซ์ให้พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะจะเพิ่มภาระให้ไตทำงานหนัก แต่ก็ไม่ควรน้อยจนทำให้น้องสูญเสียกล้ามเนื้อไปด้วย เช่น น้องแมวควรได้โปรตีนในช่วง 14-20% ส่วนหมาอยู่ที่ 14-18% โดยควรเป็นโปรตีนคุณภาพสูงจากอาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลาและไข่ขาว นอกจากนี้ ยังควรลดปริมาณฟอสฟอรัสให้อยู่ต่ำกว่า 0.5-0.7% ของปริมาณอาหารแห้งทั้งหมด เพื่อช่วยลดความเครียดต่อไต และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเครื่องในหรือเครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง เพราะโซเดียมส่วนเกินอาจทำให้ความดันโลหิตสูง เพิ่มการทำงานหนักให้ไตได้ ควรกดโซเดียมให้อยู่ราว 0.3% ของอาหารแห้งทั้งหมด อีกหนึ่งเคล็ดลับคือ การเสริมสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบ เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้ากลูแคน รวมทั้งโปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ ซึ่งช่วยลดการเสื่อมของไตและส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของน้องๆ ในกรณีที่ไม่มีเวลาทำอาหารเอง ควรเลือกอาหารสําเร็จรูปที่มีเครื่องหมาย AAFCO ซึ่งรับประกันคุณภาพโภชนาการ หรือถ้าเลือกทำอาหารโฮมเมด ควรตรวจเลือดน้องสัตว์เลี้ยงทุก 3-6 เดือน เพื่อปรับเปลี่ยนสูตรอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอาการของโรคไตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหมดนี้ทำให้น้องหมาแมวของเราได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ช่วยยืดอายุและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้จริงครับ
































































