ไม่แปรงฟันก่อนนอนเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ⁉️
หลายคนคิดว่า “ไม่แปรงฟันก่อนนอน” แค่ทำให้ปากเหม็นหรือฟันผุ แต่จริง ๆ แล้วช่วงก่อนนอนเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดของการดูแลช่องปาก เพราะตอนหลับน้ำลายจะลดลง (น้ำลายช่วยล้างเศษอาหารและปรับสมดุลกรด) พอไม่ได้แปรงฟัน คราบพลัคกับเศษอาหารจะค้างทั้งคืน แบคทีเรียมีเวลาทำงานยาว ๆ ผลที่เจอบ่อยคือเหงือกบวม แดง เลือดออกง่าย ฟันผุ และหินปูนขึ้นไว แล้วเกี่ยวกับ “เสี่ยงโรคหัวใจ” ได้ยังไง? สิ่งที่วงการแพทย์พูดถึงคือความสัมพันธ์ระหว่างโรคเหงือกอักเสบ/ปริทันต์อักเสบกับการอักเสบทั้งร่างกาย เมื่อเหงือกอักเสบเรื้อรัง แบคทีเรียและสารกระตุ้นการอักเสบสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น ทำให้ร่างกายมีภาวะอักเสบสูงขึ้น ซึ่งภาวะอักเสบเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด (ย้ำว่าเป็น “ความเสี่ยงสัมพันธ์” ไม่ได้แปลว่าไม่แปรงฟันแล้วจะเป็นโรคหัวใจทันที) สัญญาณเตือนที่ควรระวัง ถ้าคุณข้ามแปรงฟันก่อนนอนบ่อย ๆ: ตื่นมามีกลิ่นปากแรง คราบเหลืองติดฟัน เหงือกเลือดออกตอนแปรง ฟันเสียว หรือมีอาการเหงือกร่น/ฟันโยกเล็ก ๆ ถ้าเข้าข่าย แนะนำอย่าปล่อยยาว เพราะถ้าลามเป็นปริทันต์อักเสบจะรักษายากขึ้นและต้องใช้เวลามากขึ้น ทริคที่ช่วยให้ “แปรงฟันก่อนนอน” ทำได้จริง (จากประสบการณ์ที่แนะนำคนไข้บ่อย ๆ): 1) ตั้งกติกาให้ตัวเองว่าแปรงทันทีหลังมื้อสุดท้าย ไม่รอจนง่วงบนเตียง 2) ใช้แปรงขนนุ่ม + ยาสีฟันฟลูออไรด์ แปรงอย่างน้อย 2 นาที เน้นขอบเหงือก 3) แปรงอย่างเดียวไม่พอ: ใช้ไหมขัดฟัน/แปรงซอกฟันก่อนแปรง จะลดคราบที่แปรงเข้าไม่ถึง 4) ถ้ากลับดึกมาก ๆ อย่างน้อยบ้วนปาก-แปรงให้ได้ (ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย) แล้วค่อยปรับกลับสู่รูทีนปกติ 5) ตรวจฟันและขูดหินปูนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคนที่มีเหงือกเลือดออกง่าย สรุปคือ “ไม่แปรงฟันก่อนนอน” ทำให้ความเสี่ยงปัญหาช่องปากเพิ่มขึ้นแน่นอน และเมื่อช่องปากอักเสบเรื้อรัง ก็อาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจผ่านกลไกการอักเสบของร่างกายได้ ทางที่ดีที่สุดคือทำให้การแปรงฟันก่อนนอนเป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำทุกวัน แล้วสุขภาพโดยรวมจะได้ประโยชน์ตามไปด้วย
