Automatically translated.View original post

Brushing your teeth hard helps keep your teeth clean, right? ⁉️

5/10 Edited to

... Read moreหลายคนเข้าใจว่า “แปรงฟันแรงๆ = สะอาดกว่า” แต่จากที่เจอในคลินิกบ่อยๆ ความจริงคือแปรงแรงไม่ได้ช่วยให้คราบหลุดดีขึ้นเสมอไป เพราะการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับ “เทคนิค + เวลา + ความสม่ำเสมอ” มากกว่าพลังแขนค่ะ/ครับ ทำไมแปรงฟันแรงถึงไม่สะอาดขึ้น? - คราบจุลินทรีย์ (plaque) เป็นฟิล์มบางๆ ที่หลุดได้ด้วยการกวาดอย่างถูกมุม ไม่ต้องกดหนัก - ถ้ากดแรง ขนแปรงจะบานและแบน ทำให้ซอกขอบเหงือกที่ควรทำความสะอาดกลับเข้าไม่ถึง ผลเสียที่พบบ่อยเมื่อแปรงฟันแรง 1) ฟันสึกบริเวณคอฟัน: เห็นเป็นร่อง/บาก ใกล้ขอบเหงือก เสียวฟันเวลาโดนเย็นๆ 2) เหงือกร่น: ขอบเหงือกถอยลง ทำให้ฟันดูยาวขึ้น และเสี่ยงเสียวฟัน 3) ระคายเคืองเหงือก: บางคนมีเลือดออกเพราะเหงือกช้ำจากแรงกด ไม่ใช่เพราะ “แปรงสะอาด” 4) ในบางรายที่เหงือกอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้สภาพกระดูกและเหงือกแย่ลงได้ (เช่นกระดูกละลายตัวจากโรคปริทันต์เดิม) จึงยิ่งควรแปรงแบบอ่อนโยนแต่ทั่วถึง วิธีเช็กตัวเองว่าแปรงแรงไปไหม (ทำได้เลย) - ขนแปรงบานภายใน 1–2 เดือน - มีรอยบากคอฟัน/เสียวฟันเพิ่มขึ้น - แปรงแล้วเหงือกเจ็บ หรือมีเลือดออกทั้งที่ไม่ได้มีหินปูนเยอะ แปรงฟันให้ถูก (เน้นสะอาดแบบไม่ทำร้ายฟัน) - เลือกแปรง “ขนนุ่ม” หัวเล็กพอเข้าซอกกรามหลัง - วางขนแปรงทำมุมประมาณ 45 องศา ชี้เข้าหาขอบเหงือก - ขยับสั้นๆ เบาๆ แบบสั่น/ปัด กวาดทีละ 2–3 ซี่ ไม่ถูยาวแรงๆ - ใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที วันละ 2 ครั้ง (ก่อนนอนสำคัญมาก) - ถ้ามีซอกฟันชิด/จัดฟัน ให้เพิ่มไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน เพราะแปรงธรรมดาเข้าไม่ถึง ทริกคุมแรงกดแบบง่ายๆ ลองจับแปรงแบบ “จับดินสอ” แทนการกำแน่นๆ จะช่วยลดแรงกดได้มาก หรือถ้าใช้แปรงไฟฟ้า ให้เลือกโหมดอ่อนโยนและไม่กดซ้ำ ถ้าเริ่มมีฟันสึกหรือเสียวฟัน แนะนำพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสาเหตุร่วม (เช่นกัดฟัน กรดจากอาหาร/น้ำอัดลม) และเลือกยาสีฟันลดเสียวฟันให้เหมาะ จะช่วยหยุดปัญหาลุกลามได้ค่ะ/ครับ