มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ซับน้ำตา เยียวยา ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อย่างต่อเนื่อง
ตามที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกของวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุดังกล่าวได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดเหตุ นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย อาสาสมัคร เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที พร้อมออกมาตรการให้ความช่วยเหลือในด้านการจัดโลงบรรจุร่างผู้เสียชีวิตพร้อมรถเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาฟรี รวมถึงการมอบเงินค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงการมอบเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บ โดยตลอดทั้งวัน ตั้งแต่วานนี้ (วันที่ 13 กรกฎาคม 2569) มูลนิธิฯ ได้จัดทีมเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง
โดยในวันนี้ (วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ ลงพื้นที่ให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อม มอบเงินค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท รวมจำนวน 11 ราย และมอบเงินปลอบขวัญผู้บาดเจ็บรายละ 5,000 บาท จำนวน 1 ราย รวมการมอบเงินช่วยเหลือในวันนี้เป็นเงิน 225,000 บาท (สองแสนสองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและสาธารณภัย นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นายยุทธนา ทาโคตร์ หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ และนายสุชีพ บุญเส็ง หัวหน้าแผนกอาสาสมัคร ร่วมลงพื้นที่และจัดทีมอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตลอดทั้งวัน ณ จุดลงทะเบียนช่วยเหลือเยียวยาของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
สำหรับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ สามารถติดต่อมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อประสานรับความช่วยเหลือได้ที่ จุดลงทะเบียนช่วยเหลือเยียวยาของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือโทรติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ แผนกสาธารณภัย
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้มีการพัฒนา และบูรณาการการให้ความช่วยเหลือในหลากหลายด้าน เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในท ุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ”ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต””
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง ผมได้ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งอย่างใกล้ชิด พบว่ามูลนิธิฯ ไม่เพียงแต่ดำเนินการรับร่างผู้เสียชีวิตและจัดงานศพตามมาตรฐานแล้ว ยังได้จัดสรรงบช่วยเหลือเงินค่าฌาปนกิจให้กับญาติผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาทและเงินปลอบขวัญแก่ผู้บาดเจ็บอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยบรรเทาความทุกข์จากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ในฐานะประชาชนทั่วไป ผมเห็นว่าความช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมีความสำคัญและช่วยเติมเต็มในด้านสวัสดิการอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเน้นย้ำให้เราเห็นความสำคัญของมาตรการป้องกันและการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุไฟไหม้ในสถานที่สาธารณะอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียไปมากกว่านี้ นอกจากนี้ อยากให้ทุกคนที่ประสบผลกระทบหรือญาติผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ลังเลที่จะติดต่อมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผ่านจุดลงทะเบียนช่วยเหลือเยียวยาที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หรือโทรสายด่วน 1418 ต่อแผนกสาธารณภัย เพราะทีมงานพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างจริงใจและรวดเร็ว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเองก็มีประวัติในการช่วยเหลือจนอุ่นใจได้มากว่า 116 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือ "ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต" ความเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ครอบคลุมหลากหลายมิติในการช่วยเหลือประชาชนนี้ ทำให้งานที่พวกเขาทำไม่ใช่เพียงแค่การบรรเทาทุกข์ชั่วคราว แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับผู้ได้รับผลกระทบในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผมแนะนำให้เข้าชมหน้าแฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือช่องทางอื่นๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เราได้รับรู้การดำเนินการดีๆ จากมูลนิธิ อีกทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนให้ภารกิจเพื่อสังคมนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแรง









