Littlest Pet Shop (LPS)
🐾 Littlest Pet Shop (LPS) – โลกน่ารักของสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว
Littlest Pet Shop หรือ LPS คือของเล่นแนวสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กจากบริษัท Hasbro ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดตัวครั้งแรกในปี 1992 ภายใต้แบรนด์ Kenner ก่อนที่ Hasbro จะควบรวมกิจการในเวลาต่อมา
ในช่วงแรก LPS เป็นของเล่นที่มีดีไซน์สมจริง แต่หลังจากปี 2005 ได้รับการรีดีไซน์ใหม่ให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น ด้วยหัวโต ดวงตากลมโต สีสันสดใส และมีลูกเล่น
LPS มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงดีไซน์ตามยุคสมัย โดยเริ่มจากรุ่น G1 (1992–1996) ที่เน้นความสมจริงของสัตว์เลี้ยงในชีวิตจริง ต่อมาในช่วงปี 1997–2004 แบรนด์หยุดการผลิตชั่วคราว
ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในรุ่น G2 (2005–2012) ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยดีไซน์หัวโต ตาโต และมีแม่เหล็กที่เท้าอันเป็นเอกลักษณ์
หลังจากนั้นรุ่น G3 และ G4 ปรับให้เรียบง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องของรูปทรงและลวดลาย
ตามด้วย G5 (2017) ที่เปิดตัวพร้อมซีรีส์ทีวี World of Our Own และนำเทคนิค airbrushing กลับมาใช้ใหม่ และ G6 (2017-2020) ที่มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้และแนะนำ Sparkle Pets
และล่าสุดรุ่น G7 (2024–ปัจจุบัน) เป็นการรีบูตใหม่โดยบริษัท Basic Fun พร้อมเปิดตัวคอนเทนต์ออนไลน์และระบบเล่นเสมือนจริงร่วมด้วย
สำหรับคอลเลกชันย่อยที่โดดเด่นมีทั้ง Pets in the City, Fairies & Fantasies , Blythe Series และ Blind Boxes แบบกล่องสุ่มที่ยังคงได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมจนถึงปัจจุบัน
รวมถึงของเล่นเสริมอีกมากมาย เช่น บ้านสัตว์เลี้ยง ร้านแฟชั่น โรงแรม ยานพาหนะ และอุปกรณ์จิ๋วต่าง ๆ ที่ออกแบบให้เล่นร่วมกับตัว LPS ได้
สำหรับคนที่เสิร์ชหา “LPS / Littlest Pet Shop / littlest pet shop toys / Hasbro Littlest Pet Shop” แล้วอยากเริ่มสะสมแบบไม่พลาด เรารวบรวมทริคที่เราใช้จริงเวลาเลือกซื้อและแยกรุ่นค่ะ 1) ดู “ทรงหัว–ตา–สัดส่วน” แยกยุคแบบเร็วๆ - G1 (1992–1996): หน้าตาและสัดส่วนค่อนข้างสมจริง สีไม่ฉูดฉาดมาก เหมาะกับคนชอบฟีลวินเทจ - G2 (2005–2012): ยุคยอดฮิตสุดของหลายคน จุดสังเกตคือหัวโต ตากลมโต สีสันสด และมักมี “แม่เหล็กที่เท้า” เป็นเอกลักษณ์ (หลายตัวจะเห็นชัด) - G3/G4: ดีไซน์ดูเรียบง่ายขึ้น รายละเอียดลวดลายน้อยลง - G5 (2017): มีงานลงสีแบบ airbrushing กลับมา และเชื่อมกับคอนเทนต์ซีรีส์ World of Our Own - G6 (2017–2020): มีการปรับโลโก้ และมีไลน์ Sparkle Pets ให้ตาม - G7 (2024–ปัจจุบัน): รีบูตโดย Basic Fun มีคอนเทนต์ออนไลน์/ระบบเล่นเสมือนจริงร่วมด้วย 2) เช็กลายเส้น/งานพ่นสีให้ตรง “สไตล์ยุค” เวลาเลือก littlest pet shop toys เราจะดู 3 จุด: ความคมของดวงตา (พิมพ์ตาเบลอไหม), งานพ่นสี (โดยเฉพาะตัวที่เน้น airbrushing), และรอยถลอกตามจมูก/ปลายหู ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถลอกง่ายมาก ถ้าซื้อมือสอง แนะนำขอรูปซูมๆ ก่อนเสมอ 3) ถ้าจะตาม “ไลน์ยอดนิยม” เริ่มจากอะไรดี มือใหม่ส่วนใหญ่มักเริ่มจากคอลเลกชันที่หาเจอง่ายและเล่นสนุก เช่น Pets in the City (ธีมแฟชั่น/เมือง), Fairies & Fantasies (แฟนตาซี), Blythe Series (เชื่อมกับตัวละคร Blythe) และ Blind Boxes/กล่องสุ่มที่ยังฮิตในหมู่นักสะสม 4) กล่องสุ่ม/Blind Boxes ควรวางแผนยังไงไม่ให้ซ้ำ เราแนะนำตั้งงบต่อรอบ และจด “รายชื่อที่มีแล้ว” ไว้ในโน้ต เพราะ Blind Boxes มักทำให้ได้ซ้ำง่าย ถ้าอยากเก็บให้ครบแบบคุ้มกว่า ลองแลกกับเพื่อนนักสะสมหรือซื้อแยกตัวจากร้าน/กรุ๊ปสะสมจะประหยัดกว่า 5) อุปกรณ์เสริมที่ทำให้เล่น/จัดแสดงสนุกขึ้น LPS ไม่ได้มีแค่ตัวสัตว์เลี้ยง ตัวบ้าน ร้านแฟชั่น โรงแรม ยานพาหนะ และพร็อพจิ๋วต่างๆ ช่วยให้จัดฉากถ่ายรูปได้ฟีล “Pet Shop” มากขึ้น เราชอบเลือกพร็อพโทนเดียวกันเพื่อให้ภาพดูคลีน และเก็บในกล่องแยกประเภท (อาหาร/เฟอร์นิเจอร์/ยานพาหนะ) จะหาเจอง่ายเวลาเล่น 6) ทริคเล็กๆ เวลาเลือกซื้อออนไลน์ - เสิร์ชทั้งคำว่า “LPS” และ “Littlest Pet Shop” เพราะบางร้านติดคำไม่เหมือนกัน - ดูรูปใต้เท้า/จุดสลัก/โลโก้ให้ชัด โดยเฉพาะ Hasbro Littlest Pet Shop ยุคเก่าๆ - เช็กสภาพข้อต่อ/หัวโยก (ถ้าหลวมมากอาจตั้งโชว์ยาก) หวังว่าส่วนเสริมนี้จะช่วยให้คนที่กำลังเริ่มสะสม LPS แยกรุ่นได้ไวขึ้น และเลือกซื้อตรงใจมากขึ้นค่ะ





