กรณีศึกษา

✍️จากมีผู้ใช้ FB ท่านหนึ่ง โพตส์ว่า

เกิดเหตุล้มฟันแตกหมดปาก เคลมประกัน AIA ไม่ได้

จนมีคนแชร์โพสต์นี้ไปเยอะมากๆ

ผมจึงขอทำความเข้าใจ ดังนี้

กรณีเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับฟันนั้น

👉ในส่วน ประกันสุขภาพ ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ระบุว่า

🔴(ต้องรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น)

✅การตรวจรักษาหรือผ่าตัดเกี่ยวกับฟันหรือเหงือก การทำฟันปลอมการครอบฟันการรักษารากฟันอุดฟันการจัดฟันขูดหินปูนถอนฟันการใส่รากฟันเทียม ยกเว้นในกรณีจำเป็นอันเนื่องจากการบาดเจ็บโดยอุบัติเหตุทั้งนี้ไม่รวมค่าฟันปลอมและการครอบฟันและการรักษารากฟันหรือใส่รากเทียม

👉ในส่วน ประกันอุบัติเหตุ (PA) ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ระบุว่า

🔴(รักษาที่คลินิกได้ โรงพยาบาลก็ได้)

✅การรักษาฟันหรือการรักษารากฟัน เว้นแต่การรักษาที่ได้เกิดขึ้นภายใน 7 วันนับจากวันเกิดอุบัติเหตุ

✅การเปลี่ยนหรือใส่ฟันปลอม การครอบฟัน ทันตกรรมประดิษฐ์

✅️✅️✅️ดังนั้นในกรณีเคสนี้

บริษัทจะรักษาในส่วนบาดแผลให้หายขาด

และเหตุจำเป็นจากอุบัติเหตุครั้งนั้นเท่านั้น‼️

✅️ซึ่งทราบจากกรณีนี้ว่า

เอกสารไม่ครบ บริษัทขอเอกสารเพิ่มเติม

โดยเอกสารที่ใช้ทั่วไปคือ

แบบฟอร์มเคลมของบริษัทที่ให้แพทย์เขียน

ใบเสร็จตัวจริง และเอกสารอื่นๆ

หากบริษัทต้องการเพิ่มเติม

✅️ดังนั้น ให้ชัดเจน ตัวแทนสามารถ

โทร ไปที่ Claim Expert เพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรงได้เลย

✅️นี่จึงเป็นอีกเหตุหนึ่งว่า

ทำไมต้องมีตัวแทนมืออาชีพครับ

เพราะตัวแทนมืออาชีพ

จะช่วยดูแลและแก้ปัญหาในส่วนกรมธรรม์

ให้ลูกค้าได้ถูกต้องและรวดเร็วครับ

#เดอะเป็ดคนขายประกัน

#fin _infinity166

#fininfinityความสุขทางการเงินตลอดกาล

2025/8/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมคำถามที่โดนถามบ่อยมากคือ “เคลมประกันกี่วันได้เงิน?” ขอตอบแบบประสบการณ์ที่เจอบ่อยจากงานเคลมจริง ๆ ว่า “ไม่มีตัวเลขตายตัว” แต่เราทำให้เร็วขึ้นได้ด้วยการเตรียมเอกสารให้ครบ และส่งให้ถูกประเภทตั้งแต่แรก (โดยเฉพาะเคสอุบัติเหตุเกี่ยวกับฟัน เช่น ล้มแล้วฟันแตก) โดยทั่วไป ระยะเวลาได้เงินเคลมจะขึ้นอยู่กับ 4 อย่างหลัก ๆ 1) ประเภทประกันที่เคลม (ประกันสุขภาพ vs ประกันอุบัติเหตุ PA) 2) รูปแบบการเคลม (สำรองจ่าย/ใช้สิทธิ์เครือข่าย) 3) เอกสารครบตั้งแต่รอบแรกไหม 4) เคสต้องสอบสวนเพิ่มหรือไม่ (เช่น ข้อมูลการรักษาไม่ชัด, วันเกิดเหตุไม่ตรง, รายการที่เข้าข้อยกเว้น) ถ้าถามแบบภาพรวม เคสที่ “เอกสารครบ และเป็นการรักษาที่เข้าความคุ้มครองชัดเจน” มักใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันทำการไปจนถึงประมาณ 1–2 สัปดาห์ในการโอนเงิน (แล้วแต่บริษัท/ช่องทางส่งเอกสาร) แต่ถ้าเอกสารขาด หรือรายละเอียดไม่ตรงตามเงื่อนไข เวลาจะยืดออกทันที เพราะบริษัทจะ “ขอเอกสารเพิ่มเติม” และนับเวลาใหม่หลังได้รับครบ เช็กลิสต์เอกสารที่ช่วยให้เคลมเดินเร็ว (แนะนำเตรียมไว้ตั้งแต่วันแรก) - แบบฟอร์มเคลมของบริษัท (ให้แพทย์/สถานพยาบาลกรอกตามจริง) - ใบรับรองแพทย์/สรุปการรักษา (ระบุว่าเกิดจาก “อุบัติเหตุ” วันเวลา สาเหตุ อาการ และการรักษาที่ทำ) - ใบเสร็จตัวจริง + รายการค่าใช้จ่าย (itemized) - สำเนาบัตรประชาชน/หน้าสมุดบัญชี (ตามที่บริษัทกำหนด) - กรณีอุบัติเหตุรุนแรง/มีประเด็น: บันทึกประจำวัน/รายงานอุบัติเหตุ/รูปถ่าย (ถ้าถูกขอเพิ่ม) สำหรับเคส “ล้มฟันแตก” ที่คนเข้าใจผิดบ่อย - ประกันสุขภาพหลายแบบจะมีข้อยกเว้นเรื่องทันตกรรม แต่จะยอมจ่ายเฉพาะส่วนที่ “จำเป็นจากการบาดเจ็บอุบัติเหตุ” และมักผูกกับเงื่อนไขการรักษาในโรงพยาบาล - ประกันอุบัติเหตุ (PA) หลายแบบให้รักษาคลินิกได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญ เช่น ค่ารักษาฟัน/รักษารากฟัน ต้องเริ่มรักษาภายใน 7 วันหลังเกิดเหตุ และโดยมาก “ไม่คุ้มครอง” ฟันปลอม/ครอบฟัน/ทันตกรรมประดิษฐ์ ทริกเล็ก ๆ ที่ช่วยลดโอกาสโดนตีกลับเอกสาร - ให้คุณหมอเขียนชัด ๆ ว่า “เกิดจากอุบัติเหตุ” และระบุวันที่เกิดเหตุให้ตรงกับวันที่มารักษา - ถ้ามีการทำหลายอย่างในใบเสร็จ (เช่น เย็บแผล + ทำฟัน) แยกรายการให้ชัด จะช่วยให้บริษัทพิจารณาเฉพาะส่วนที่เข้าคุ้มครองได้ง่ายขึ้น - เก็บสำเนาเอกสารทุกแผ่นก่อนส่ง และจดเลขอ้างอิง/เลขรับเรื่องไว้ติดตาม สุดท้าย ถ้าอยากรู้สถานะว่า “ตอนนี้เคลมถึงไหน และอีกกี่วันได้เงิน” วิธีที่เร็วคือโทรถามฝ่ายสินไหม/Claim ของบริษัทโดยตรง พร้อมเลขกรมธรรม์และเลขรับเรื่อง (หรือให้ตัวแทนช่วยประสาน) เพราะส่วนใหญ่ล่าช้าไม่ได้เกิดจากบริษัทจ่ายช้า แต่เกิดจากเอกสาร/เงื่อนไขที่ต้องเคลียร์ให้ครบก่อนจ่ายจริง ๆ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ วางแผนการเงินกับบิบิ ̼ ◡̈
วางแผนการเงินกับบิบิ ̼ ◡̈

มีคนช่วยสรุปไว้ให้ดีมากๆ ขอแปะให้เพิ่มเติมนะคะ