ผมพังไม่ไหวแล้ว เอาอะไรมากู้ดี😫💇🏻‍♀️

Hello👋 ชาว Lemon8 🍋 มีใครเป็นเหมือนกันมั้ยย

ทั้งทำสี ทั้งหนีบ ทั้งดัด 😵‍💫 สุดท้ายผมคือ แห้ง ฟู ช็อต จนจะไม่ไหวแล้ว แค่สระผม + ครีมนวดเอาไม่อยู่จริง ต้องมีตัวช่วยแบบจริงจัง‼️

✨ เลยไปลอง 7ir Treatment มา

เป็นทรีทเมนต์ที่รวมโปรตีนบำรุงผมถึง 3 ชนิด

บอกเลยว่าทำมาค่อนข้างตรงจุดมาก

* โปรตีนแกนผม ช่วยให้ผมดูแข็งแรงขึ้น มีวอลลุ่ม

* โปรตีนใยไหม ผมนุ่ม ลื่นขึ้นแบบจับแล้วรู้เลย

* โปรตีนปกป้องความร้อน เหมาะกับสายหนีบ/ไดร์มาก 🔥

แถมยังช่วยล็อกสีผม + กักเก็บความชุ่มชื้นอีกด้วย

ที่ชอบคือเค้ามี 3 สูตร เลือกตามระดับผมเสีย

ส่วนเราไม่ต้องคิดเยอะ…หยิบสูตร ผมเสียรุนแรง ไปเลยจบๆ 😂

ก่อนใช้ : ผมแห้งเหมือนไม้กวาด 🧹

หลังใช้ : นุ่มขึ้น ลื่นขึ้นแบบรู้สึกได้ทันที

เนื้อทรีทเมนต์ซึมง่าย ไม่หนักผมเลย แล้วกลิ่นคือหอมฟีลซาลอนพรีเมี่ยมมากกก 🧖🏻‍♀️

#7irthailand #รักษาผม #ทรีทเม้นท์ #กู้ผมเสีย #ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

4/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “โปรตีนบำรุงผม” เพราะผมพังจากฟอกสี/หนีบ/ไดร์ร้อนบ่อยๆ เราว่าการเลือกให้ถูกประเภทสำคัญมาก ไม่งั้นใช้ไปก็เหมือนไม่ค่อยเห็นผล เราเลยสรุปจากที่ลองกู้ผมตัวเองช่วงหนึ่ง (ผมแห้งฟู ช็อต จับแล้วสากเหมือนไม้กวาดจริงๆ) เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่กำลังจะกดใน Shopee 1) โปรตีนบำรุงผมช่วยอะไรได้จริง? สำหรับผมที่เสียหนักๆ มันมักจะ “ขาดโปรตีน + ขาดความชุ่มชื้น” พร้อมกัน โปรตีนจะช่วยให้เส้นผมดูแน่นขึ้น ลดความเปราะขาด ทำให้จับแล้วไม่สาก ส่วนความชุ่มชื้นจะทำให้ผมดูนุ่ม ลื่น ลดชี้ฟู ดังนั้นถ้าผมเราโดนเคมีและความร้อนหนักๆ การมาส์ก/ทรีทเมนต์ที่มีโปรตีนหลายชนิด (แนวๆ โปรตีนบำรุงแกนผม + โปรตีนช่วยให้ผมนุ่มลื่น + โปรตีนเกราะป้องกันความร้อน) จะค่อนข้างตอบโจทย์กับปัญหาที่เจอ 2) วิธีใช้ทรีทเมนต์/มาส์กโปรตีนให้เห็นผล (แบบที่เราทำ) - สระผม 1 รอบให้คราบมันออกก่อน แล้วบีบน้ำออกให้หมาด (สำคัญมาก เพราะถ้าผมเปียกจ๋า เนื้อทรีทจะเจือจาง) - ลงทรีทเมนต์ช่วง “กลางผมถึงปลายผม” เน้นปลายที่แห้งช็อต หลีกเลี่ยงโคนถ้าผมมันง่าย - หวีซี่ห่างหรือใช้นิ้วสางให้เนื้อกระจายทั่วๆ จะช่วยให้ลื่นขึ้นทันที - หมักประมาณ 5–10 นาที (วันที่ผมพังมากๆ เราจะหมักนานขึ้น) แล้วล้างออกให้สะอาด ทริคส่วนตัว: ถ้าใช้ความร้อนบ่อย อย่าลืมลงตัวกันความร้อนหลังสระทุกครั้ง เพราะโปรตีนอย่างเดียวช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ความร้อนซ้ำๆ ทำให้กลับไปแห้งฟูไวมาก 3) เลือกสูตรยังไงให้เหมาะกับระดับผมเสีย หลายแบรนด์จะมี 2–3 ระดับ (เช่น สูตรบำรุงเข้มข้นสำหรับผมเสียรุนแรง) ถ้าผมผ่านการฟอก/ยืด/ดัด + หนีบเกือบทุกวัน แนะนำเริ่มที่สูตรเข้มข้นก่อน แล้วค่อยลดระดับเมื่อผมเริ่มกลับมานุ่มลื่นขึ้น จะรู้สึกว่าผม “ตอบสนองไวกว่า” ใช้สูตรเบาตั้งแต่แรก 4) ซื้อใน Shopee ให้คุ้มและไม่พลาด เวลาเราหาใน Shopee จะดู 3 อย่าง: ร้านทางการ/รีวิวรูปจริง/ขนาดกระปุกและราคาต่อกรัม แล้วเช็กโปรฯ ส่งฟรีหรือโค้ดลดเพิ่ม บางช่วงกดรวมกับของใช้ผมอื่นๆ จะคุ้มกว่า โดยรวมถ้าเป้าหมายคือ “กู้ผมเสียเร่งด่วน” ลองโฟกัสโปรตีนบำรุงผมที่ให้ทั้งความแข็งแรงและความนุ่มลื่น พร้อมมีแนวปกป้องความร้อนด้วย จะเหมาะกับสายทำสีและใช้ความร้อนหนักๆ แบบเรามากๆ