Automatically translated.View original post

💖When the emotion in my head is our best friend,

Part 1: Admit, "No, cry out." 😭

You are depressed, not a counterweight, but you are the one who will help draw others to listen and hold us. This movie makes us feel that ⭐...It's sad today. It's okay. ⭐

Part 2: Teenagers, it's exhausting, but we'll get through it!

Well, wow, the movie takes the feeling that everyone has to face like an anxious sister to play like...This is my life! 😅

This gives yourself a melancholy mix, Aung V, hahahaha. ✌🏻

# insideout # feed # Open vision # disneyplus # Lemon8

1/13 Edited to

... Read moreหลังจากดู Inside Out ทั้งสองภาค ผมรู้สึกได้ชัดเจนว่าแต่ละอารมณ์ในใจเราไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่กลับช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ภาคแรกที่เน้นให้น้อมรับความรู้สึกเศร้าและร้องไห้ได้ ตอกย้ำว่าไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งตลอดเวลา บางครั้งเราก็ต้องปล่อยให้ตัวเองรู้สึกและรับมันอย่างเต็มที่ สำหรับชีวิตวัยรุ่น การมีอารมณ์หลากหลาย ทั้งความวิตกกังวล ความเครียด และความเหนื่อยล้า ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ภาคสองของหนังนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้บั่นทอนเรา ถ้าเราหัดรับฟังและเข้าใจตัวเองจริงๆ มันจะกลายเป็นพลังที่ช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ หนังเรื่องนี้ยังสอนให้รู้ว่า การยอมรับว่า "วันนี้ฉันเหนื่อย" หรือ "ฉันเศร้า" ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาความเข้มแข็งภายในใจ นอกจากนี้ การมีตัวช่วยอย่าง "น้องเศร้าซึม" หรือ "น้องวิตกกังวล" ในหัวที่เหมือนเพื่อนรักที่คอยอยู่เคียงข้างและเข้าใจเรา ก็ทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในความรู้สึกต่างๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าเมื่อเข้าใจและยอมรับอารมณ์ตัวเองแทนที่จะปฏิเสธหรือซ่อนมันไว้ จะทำให้เราปรับตัวและเติบโตขึ้นได้เร็วกว่า แถมยังช่วยให้เราเปิดใจรับฟังและเข้าใจผู้อื่นได้ดีขึ้นด้วย ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยรู้สึกเหนื่อยหรือสับสนกับความรู้สึกในหัว หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดี ที่จะช่วยปลอบใจและเป็นแรงบันดาลใจให้ต้องสู้ต่อไป