Automatically translated.View original post

Bad fat, bad name

Bad fat... really bad name

"I'm not in pain, doctor."

A 42-year-old man came for the annual check-up.

Exercise some

Working every day

Not smoking.

Never thought of himself as a risk-taker.

But the blood test silenced him...

LDL Cholesterol = 198 mg / dL

"It's just high fat... it's okay."

Many people think like this.

But what's called LDL, or bad fat?

Doesn't hurt.

Doesn't cause pain

And not raise an alarm.

It slowly inserts itself into the blood vessel wall.

A little bit a day... a little bit a month... year after year

Until one day

Coronary artery

Brain embolism

Or acute ischemic heart.

Many times... the first symptom.

Could be an event no one expected.

So it's called...

"Bad fat... bad name"

Because it hurts you.

Without you barely realizing it.

❤️ The good news is...

LDL is a "manageable" risk factor.

✔. Regular check-ups.

✔ Adjust diet and exercise.

✔ Weight control

✔ If the doctor recommends medication, it should be taken continuously according to the indications.

Don't wait for the blood vessels to sound... on a day that may be too late.

7/23 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ที่ได้ติดตามข้อมูลทางการแพทย์เรื่องไขมันเลว LDL ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่หากสูงเกินไปจะสะสมในผนังหลอดเลือดและทำให้เกิดคราบไขมัน หรือ Atherosclerosis จนทำให้เส้นเลือดตีบตันและเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวายหรืออัมพาต จุดที่สำคัญคือไขมันชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ ที่เราอาจสังเกตเห็นได้ง่าย เช่น ไม่ปวดหรือไม่รู้สึกผิดปกติใดๆ จึงเรียกว่าเป็น “ตัวการเงียบ” ที่ค่อย ๆ ทำร้ายสุขภาพอย่างช้าๆ และสะสมความเสียหายมาเป็นเวลานาน ระยะเวลาที่ไขมัน LDL สูงยาวนานจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากขึ้น ซึ่งเหมือนกับคำแนะนำว่าการตรวจสุขภาพและการตรวจไขมันในเลือดเป็นประจำเป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอย่างมีน้ำหนักเกินหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ รวมทั้งผู้ที่มีระดับ LDL มากกว่า 190 mg/dL ควรได้รับการประเมินและรักษาอย่างจริงจัง ในความเป็นจริงแล้ว การจัดการ LDL ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจสอบตัวเลขเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการออกแบบวิธีดูแลตนเองอย่างเหมาะสม เช่น การปรับอาหารโดยลดไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เพิ่มผัก ผลไม้ และไฟเบอร์ รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้สำหรับบางกรณี หากแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้ยาลดไขมัน เช่น statins ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยลดไขมัน LDL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจวายและอัมพาต ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ที่เคยมีพบการตรวจ LDL สูงเกินเกณฑ์ มักมีความรู้สึกวิตกเพราะไม่เห็นอาการ แต่เมื่อได้รับคำแนะนำในการรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ก็สังเกตเห็นว่าระดับไขมันนั้นลดลง และสุขภาพดีขึ้นตามลำดับ แสดงให้เห็นว่า "ไขมันเลว" สามารถจัดการได้ถ้าเราไม่มองข้ามและให้ความสำคัญตั้งแต่เนิ่นๆ สุดท้ายนี้ อยากฝากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรอง LDL เป็นประจำ เพราะแม้ "วันนี้อาจไม่มีอาการ" แต่การป้องกันและจัดการตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยรักษาคุณภาพชีวิตและป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ที่เกิดจากไขมันเลวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน