ก้อนนูนที่เท้า ปวด อันตรายไหม?

2025/9/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเจอ “ก้อนนูนที่เท้าด้านใน” แล้วกังวลว่าอันตรายไหม จริง ๆ หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือ accessory navicular bone (หรือ extra navicular bone) ซึ่งเป็น “กระดูกชิ้นเล็ก ๆ เกินมา” อยู่ข้างกระดูก navicular (navicular bone คือกระดูกบริเวณกลางเท้าด้านใน) ไม่ใช่เนื้องอก และไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการ แต่ถ้าก้อนนูนโดนรองเท้ากด/เสียดบ่อย ๆ ก็ทำให้ปวดและอักเสบได้ Accessory navicular คืออะไร? โดยปกติคนเรามีกระดูก navicular อยู่แล้ว แต่บางคนจะมี “กระดูกส่วนเกิน” ติดอยู่ใกล้ ๆ ทำให้เห็นเป็นปุ่มนูนด้านในของเท้า จุดนี้สัมพันธ์กับเอ็น posterior tibial tendon (เอ็นสำคัญที่ช่วยพยุงอุ้งเท้า) พอเอ็นถูกดึงรั้งหรืออักเสบ จะยิ่งปวดชัด โดยเฉพาะคนที่มีเท้าแบน (flatfoot) หรือกิจกรรมที่ลงน้ำหนักเยอะ อาการที่มักเจอ - มีก้อนนูนแข็ง ๆ ตรงด้านในกลางเท้า ข้าง ๆ อุ้งเท้า - ปวดกดเจ็บ ใส่รองเท้าคับแล้วเสียด เจ็บมากขึ้น - ปวดเวลาเดินนาน วิ่ง กระโดด หรือยืนทั้งวัน - บางช่วงอาจบวม แดง หรือร้อนบริเวณก้อน ต่างจาก “ก้อนถุงน้ำที่เท้า” ยังไง? ก้อนถุงน้ำ (ganglion cyst) มักจะนิ่มกว่า ขยับได้เล็กน้อย และขนาดขึ้น ๆ ลง ๆ ได้ บางทีจะปวดตึง ๆ มากกว่าปวดกดแข็ง ๆ ส่วน accessory navicular มักเป็นก้อนแข็งคงที่เหมือนกระดูก และยืนยันได้ด้วยเอกซเรย์ (X-ray) อันตรายไหม? โดยมากไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าปล่อยให้ปวดเรื้อรัง อาจรบกวนการเดิน ทำให้เอ็น posterior tibial tendon อักเสบเรื้อรัง และสัมพันธ์กับอุ้งเท้าทรุด/เท้าแบนที่แย่ลงได้ในบางคน ดูแลตัวเองเบื้องต้น (แนว UGC ทำตามได้จริง) - เปลี่ยนรองเท้า: เลือกคู่ที่หน้าเท้ากว้าง นุ่ม ไม่กดตรงก้อนนูน - พักกิจกรรมที่กระแทก: ลดวิ่ง/กระโดดช่วงกำเริบ - ประคบเย็น 10–15 นาที วันละ 2–3 รอบช่วงปวดบวม - ใช้แผ่นรองอุ้งเท้า/เสริมอุ้งเท้า: หลายคนใส่แล้ว “สันเท้าตรงขึ้น” และลดแรงดึงเอ็น ทำให้ปวดลดลง - ถ้าจำเป็น อาจใช้ยาทา/ยากินลดอักเสบตามคำแนะนำเภสัชกรหรือแพทย์ ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่? - ปวดมาก เดินกะเผลก หรือปวดต่อเนื่องเกิน 1–2 สัปดาห์ - บวมแดงร้อนมากขึ้น หรือก้อนโตเร็วผิดปกติ - ชา อ่อนแรง หรือสงสัยกระดูกหัก/บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การตรวจที่มักใช้คือเอกซเรย์เพื่อดูว่าเป็น accessory navicular จริงไหม และประเมินเท้าแบนร่วมด้วย ส่วนการรักษาถัดไปอาจมีการทำกายภาพ พยุงข้อเท้า/อุ้งเท้า หรือในรายที่เป็นมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอนุรักษ์ แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกอื่นเพิ่มเติม