4/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าถามว่า “อยากเป็นหมอที่เก่ง จำเป็นต้องเรียนหลายที่ไหม” มุมมองของผมคือ ไม่ได้แปลว่าต้องย้ายที่ทำงานตลอดเวลา แต่ “ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เห็นหลายวิธีคิด” เพราะการแพทย์ไม่ได้มีคำตอบเดียว โดยเฉพาะงานผ่าตัดส่องกล้อง/ผ่าตัดกระเพาะอาหาร หรือเคสที่ซับซ้อนแบบนิ่ว บางครั้งความต่างเล็กๆ เช่นการจัดท่าคนไข้ การวางพอร์ต การเลือกเครื่องมือ หรือขั้นตอนความปลอดภัย (SOP) ของแต่ละทีม คือสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นชัดเจน ผมเคยเจอช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่า “เราทำได้แล้ว” ทำเคสตามมาตรฐานได้ ผลลัพธ์โอเค แต่พอได้ไป observe หรือไปช่วยสอนในโรงพยาบาลอื่น ถึงได้เห็นว่าเขามีทริกเล็กๆ น้อยๆ ที่เราไม่เคยทำ เช่น วิธีสื่อสารในทีมผ่าตัดให้กระชับขึ้น การเช็กอุปกรณ์ก่อนเริ่มเคสแบบเป็นลิสต์ ทำให้ลดความผิดพลาด และช่วยให้การผ่าตัดไหลลื่นขึ้นมาก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตำราเสมอไป แต่มักอยู่ในประสบการณ์จริงของแต่ละที่ สำหรับคนที่กำลังเป็นนักศึกษาแพทย์/แพทย์ประจำบ้าน หรือแม้แต่คนที่สนใจอาชีพแพทย์จากซีรีส์อย่าง Grey’s Anatomy อยากให้ใช้ความสงสัยเป็นแรงผลัก มากกว่าการเทียบว่า “ใครเก่งกว่าใคร” คำถามที่ช่วยพัฒนาได้เร็วคือ - ทำไมเขาถึงเลือกทำแบบนั้น? - ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน แผนสำรองคืออะไร? - จุดเสี่ยงของขั้นตอนนี้อยู่ตรงไหน? ถ้าคุณยังไม่มีโอกาส “ไปหลายที่” ก็ยังฝึกแนวคิดเดียวกันได้ เช่น เข้าฟังประชุมวิชาการ ดูวิดีโอผ่าตัดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อ่าน guideline ล่าสุด หรือขอ feedback จากอาจารย์/พี่ร่วมทีมหลังทำเคสทุกครั้ง แล้วจดเป็น checklist ของตัวเอง สิ่งสำคัญคือเอาความรู้ที่ได้ “กลับมาประกอบกัน” ให้เหมาะกับบริบทคนไข้และทรัพยากรที่เรามี สุดท้าย การไปดูงานหรือแลกเปลี่ยนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโชว์ว่าเราเก่ง แต่เพื่อให้คนไข้ของเราได้ประโยชน์มากขึ้น และถ้าเราทุกคนแชร์สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ดีต่อกันได้จริง วงการก็จะยกระดับขึ้นตามที่ตั้งใจครับ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ som แฮ๊บปี้ หมาน้อย
som แฮ๊บปี้ หมาน้อย

โครตๆดีเลยคะ ขอให้คุณหมอเจริญๆคะ สาธุ สาธุคะ👍

รูปภาพของ som
som

ขอให้คุณหมอดูแลสุขภาพนะคะ ไม่อยากให้เกิดอะไรแม้แต่น้อยกับหมอเพราะตัวหมอมีต้นทุนความรู้ค่อนข้างสูง ขอให้ได้สร้างบุญช่วยเพื่อนมนุษย์ต่อไปนานๆนะคะ